ทั้งสองออกจากห้องสอบสวน เดินมาที่ทางเดินด้านนอก สือหยวนเอ่ยกับหลิงอู๋โหยวว่า “ก่อนหน้านี้พี่กวนบอกว่า เหมาเหวยกังยืมเงินสองพันหยวนจากเฮ่อเฉิง เพื่อนของเขา”
หลิงอู๋โหยวหาว “รู้แล้ว พรุ่งนี้ค่อยไปหาเฮ่อเฉิงอะไรนั่น ฉันจะเลิกงานแล้ว”
สือหยวนตอบ “ได้”
ทั้งสองเดินไปทางห้องทำงาน พอใกล้จะถึง สือหยวนก็อดถามไม่ได้ว่า “วันนี้...ตอนอยู่ในตู้เสื้อผ้า เธอพูดถึงเจลอาบน้ำของฉันว่ายังไงนะ กลิ่นมันแรงจนฉุนเธอหรือเปล่า”
“เปล่า” หลิงอู๋โหยวแปลกใจที่จู่ ๆ เขาก็หยิบเรื่องนี้มาพูด “ในตู้เสื้อผ้ามีพื้นที่แค่นั้น ได้กลิ่นก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง ฉันแค่รู้สึกว่าเจลอาบน้ำยี่ห้อที่เธอใช้หอมดี เลยถามไปอย่างนั้น”
“อ้อ...” สือหยวนพยักหน้าช้า ๆ รูม่านตาสั่นไหววูบหนึ่ง
ซ่งเว่ยอันกับฉือซีกวานในห้องทำงานยังนั่งจ้องคอมพิวเตอร์ทำงานล่วงเวลาอยู่ เสียงคนเดินเข้ามาทำให้ฉือซีกวานสะดุ้งเฮือก ฟื้นจากอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น “ให้ตายสิ เมื่อกี้จ้องไปตั้งสิบนาทีก็เสียเปล่าอีกแล้ว!”
ซ่งเว่ยอันปิดคอมพิวเตอร์แล้วลุกขึ้น “ไม่ต้องดูแล้ว แตงโม กลับกันเถอะ”
ฉือซีกวานหาวปากกว้าง “ได้เลย~~ ฮ้าว~~ เออ จื่อผิงล่ะ”
สือหยวนตอบว่า “เมื่อกี้เดินผ่านห้องสอบสวน พี่กวนยังอยู่ข้างใน ดูเหมือนจะหงุดหงิดนิดหน่อย”
“อ้อ เอาเถอะ ยังไงเดี๋ยวอารมณ์ดีแล้วเขาก็กลับเอง” ฉือซีกวานหาวอีกครั้ง “ไม่ไหวแล้ว ให้ฉันออกไปวิ่งงานข้างนอกยังสดชื่นกว่ามานั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิด...เฮ้อ หลังฉัน...”
