เธอพูดไปพลางจ้องเด็กคนนั้นไป เด็กชายคงสัมผัสได้ถึงความโกรธของเธอ จึงซุกหน้าเข้ากับอกแม่ แต่ยังแอบโผล่ตาข้างหนึ่งมองเธอ
“ขโมยของอะไรกัน พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย!” แม่เด็กกอดลูกแน่น ดวงตาถลึงจนดูน่ากลัว “เขาเพิ่งห้าขวบ เห็นของที่สนใจแล้วอยากหยิบมาเล่น มันไม่ปกติตรงไหน? เธอเก็บของพวกนี้ให้เรียบร้อยก็หมดเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง?”
หญิงสาวไม่ยอม ตะโกนสวนว่า “ทำไมฉันต้องเก็บด้วย? คุณดูแลลูกชายตัวเองให้ดีไม่ได้หรือไง?”
แม่เด็กก็ตะโกนกลับ “ก็เพราะในคลิปประชาสัมพันธ์บอกว่าการแต่งหน้าบนรถไฟความเร็วสูงเป็นพฤติกรรมไร้อารยธรรม นี่ก็เป็นความผิดของเธอไง! เธอเอาเครื่องสำอางออกมาแต่งหน้าตรงนี้ไม่ได้ พฤติกรรมของเธอไร้อารยธรรมมาก แถมยังรบกวนฉันกับลูกด้วย!”
หญิงสาวหัวเราะด้วยความโมโห “เมื่อกี้ลูกชายคุณขยับไปขยับมา คุณยังแกล้งหลับได้เนียนขนาดนั้น ฉันนั่งแต่งหน้าเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ ไปขัดขวางการแสดงของคุณตรงไหนกัน?!”
แม่เด็กว่า “แล้วขยับไปขยับมามันผิดตรงไหน? เด็กก็ต้องซนเป็นธรรมดา เขายังเล็ก ควบคุมตัวเองไม่เป็น ส่วนเธอโตขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้อีกหรือว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ? ในคลิปประชาสัมพันธ์ก็พูดไว้แล้วว่าการแต่งหน้าเป็นพฤติกรรมไร้อารยธรรม แถมลูกชายฉันก็เกือบเอาแปรงของเธอเข้าปาก นั่นก็เป็นความผิดของเธอ!”
