“ถ้าอย่างนั้น” หลิงอู๋โหยวมองเธอ “ตอนนี้บอกได้ไหมว่าเขาเปลี่ยนไปตรงไหน?”
หลังรู้ตัวตนของอีกฝ่าย ท่าทีผ่อนคลายของหญิงสาวก็เกร็งขึ้นทันที ดูหวาดหวั่นอยู่บ้าง พอได้ยินหลิงอู๋โหยวถามเช่นนี้ เธอก็พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบส่ายหน้าเป็นพัลวันเพื่อปฏิเสธ “ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ก็หมดแล้ว ไม่มีอะไรเพิ่มเติม…”
หลิงอู๋โหยวถาม “รับรองได้ไหมว่าที่พูดเมื่อกี้เป็นความจริงทั้งหมด ไม่มีส่วนไหนที่พูดเกรงใจ?”
หญิงสาวตอบ “แต่เดิมฉันก็ไม่ได้สนิทกับเขา จะไม่เกรงใจก็ไม่ได้… อีกอย่างมันเป็นเรื่องเมื่อครึ่งปีก่อนแล้ว ความทรงจำฉันก็เลือนรางมาก”
หลิงอู๋โหยวเก็บโทรศัพท์ สีหน้าไม่ได้ผิดหวัง “ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณนะ”
สือหยวนถามจากด้านข้าง “ขอถามหน่อย คุณมีรูปถ่ายของเขาไหม?”
หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว ส่ายอยู่สองสามครั้งก็พลันชะงัก แล้วพยักหน้าอย่างลังเล “เหมือนว่า…จะมีนะ? รอฉันหาดูก่อน”
สือหยวนบอก “ค่อย ๆ หาเถอะ”
หญิงสาวค้นหาอยู่ใต้สายตาของทั้งสองคน บรรยากาศกดดันจนเหมือนถูกจับจ้อง เธอใช้เวลาถึงสี่ห้านาที ในที่สุดก็หารูปที่แอบถ่ายเขาไว้เมื่อครึ่งปีก่อนพบจากภาพถ่ายหลายพันใบ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เจอแล้ว!”
ทั้งสองคนดีใจ รีบขยับเข้าไปดู แต่กลับพบว่าเป็นเพียงภาพถ่ายด้านหลัง
ช่างเถอะ มีดีกว่าไม่มี หลิงอู๋โหยวถ่ายภาพนั้นเก็บไว้ แล้วกล่าวขอบคุณหญิงสาว สือหยวนช่วยกดลิฟต์ พอส่งเธอเข้าไปข้างในแล้วก็เอ่ยอย่างเอาใจใส่ว่า เธอไปทำธุระของตัวเองต่อได้เลย
