ใบหูของสือหยวนแดงจนแสบไปหมด
จะตอบว่าใช่ก็ไม่ใช่ จะตอบว่าไม่ใช่ก็ไม่เชิง สุดท้ายเขาจึงเม้มปากเงียบ
ลิฟต์มาถึง ทั้งสองก้าวเข้าไป หลิงอู๋โหยวหันไปมองใบหูแดงก่ำของเขา ความสนุกแสนร้ายกาจในใจก็เริ่มผุดขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้เธอรู้สึกว่าการคบกับสือหยวนก็น่าสนุกดี ดูสิ แบบนี้ก็แกล้งเขาได้อย่างเปิดเผยไม่ต้องเกรงใจแล้วนี่นา ฮิ ๆ
ประตูลิฟต์ปิดลง หลิงอู๋โหยวถามอีกครั้งด้วยเจตนาร้ายเต็มเปี่ยมว่า “งั้นคุณอยากไหม?”
สือหยวนสูดหายใจลึก “แล้วแต่คุณ”
“แน่นอนว่าต้องแล้วแต่ฉันอยู่แล้ว” ลูกไม้นี้ใช้กับหลิงอู๋โหยวไม่ได้หรอก “ฉันถามว่าคุณอยากหรือเปล่า”
สือหยวนสูดหายใจลึกเป็นครั้งที่สอง “...อยาก”
หลิงอู๋โหยวแสร้งทำเป็นตกใจ “คุณก็คิดเรื่องแบบนั้นเป็นด้วยเหรอ ดูไม่ออกเลยนะ”
สือหยวน: ...
เขาพยายามโต้กลับบ้าง “แล้วคุณล่ะ?”
ประตูลิฟต์เปิด หลิงอู๋โหยวเดินออกไปก่อน “ลองเดาสิ”
สือหยวน: ...
ได้ คราวหน้าเขาจะพูดว่า “ลองเดาสิ” บ้าง
*
เป็นอย่างที่หลิงอู๋โหยวว่าไว้ ต่อให้ทั้งคู่คบกันแล้ว ชีวิตประจำวันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างน้อยผ่านไปหลายวันแล้ว หัวหน้าหน่วยซ่งกับคนอื่น ๆ ก็ยังดูไม่ออก
ทั้งคู่ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้... เอาเข้าจริงก็ไม่มีอะไรต้องปรับตัวนัก
วันนั้นสือหยวนพาหลิงอู๋โหยวไปโรงพยาบาลเพื่อตัดไหม และบังเอิญเจอซ่งชงซินที่นั่น ทั้งสามทักทายกันอย่างเป็นมิตรก่อนจะแยกย้ายกันไป ทว่าสมองของสือหยวนช่วงนี้จมอยู่กับความสุขในความรักมาตลอด จู่ ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องที่หลิงอู๋โหยวจะไปอยู่กับซ่งชงซินช่วงเทศกาลตรุษจีนขึ้นมา ทำให้ในใจรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
