เส้นทางเดินทางผ่านไปกว่าครึ่งแล้ว สือหยวนพิจารณาอยู่ในใจครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“อู๋โหยว…อย่าโกรธที่ฉันพูดมากเลยนะ เรื่องที่เธอไปหาเหรินเฉินเฉินที่โรงเรียน ฉันได้ยินพี่ฉือเล่าแล้ว ถึงเหรินเฉินเฉินจะ…อืม ไม่ค่อยเหมือนเด็กปกติจริง ๆ ก็เถอะ แต่ตามกฎหมายคุ้มครองเยาวชนแล้ว การทำแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะสมนัก ถ้าโดนร้องเรียนขึ้นมาจะทำยังไง?”
หลิงอู๋โหยวเล่นโทรศัพท์โดยไม่มองเขา “โจวซือกับเหรินเฉินเฉินจะไปรู้อะไรเรื่องร้องเรียน? คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องจะมายุ่งเรื่องชาวบ้านทำไม?”
พูดจบ เธอก็หันมามองสือหยวนทันที “อะไร นายจะร้องเรียนฉันหรือไง?”
“ไม่ใช่” สือหยวนรีบปฏิเสธ “ฉันแค่ไม่อยากให้เธอโดนร้องเรียน”
หลิงอู๋โหยวว่า “งั้นก็หุบปากให้สนิท”
“ฉันไม่พูดหรอก ฉันหมายถึงคนอื่นต่างหาก”
“โดนร้องเรียนก็โดนไปสิ” หลิงอู๋โหยวยักไหล่ “ฉันก็แค่พนักงานฝึกหัดตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับมากที่สุดก็คือโดนไล่ออก งั้นก็ไล่สิ ใช่ว่าฉันต้องเป็นตำรวจไปตลอดเสียหน่อย”
สือหยวน: …
เขาลองถามอย่างระมัดระวัง “ถ้า…ถ้าเธอไม่เป็นตำรวจแล้ว จะไปทำอะไร?”
หลิงอู๋โหยวตอบ “ขโมยของ”
สือหยวน: ???
หลิงอู๋โหยวว่า “ฉันเรียนรู้วิธีสะเดาะกุญแจแล้ว แถมยังมีความสามารถในการหลบเลี่ยงการสืบสวน เจอคนจนก็ขโมยเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เจอคนรวยก็ลงมือครั้งใหญ่…อืม ไม่เลว”
สือหยวน: …
เธอวางแผนไว้ดีเชียวนะ
สือหยวนถาม “เธอล้อเล่น…ใช่ไหม?”
