ตำรวจน้อยเว่ยถามว่า “……นอกจากเรื่องนี้แล้ว มีจุดไหนที่ขัดแย้งในตัวเองอีกไหม”
“แทบไม่มีเลยค่ะ” สือหยวนขมวดคิ้วเรียว “พวกเรายังถามความคิดเห็นก่อนหน้านี้ของเธอด้วย… อย่างเช่น ทำไมก่อนแต่งงานถึงยืนกรานว่าไม่อยากมีลูก แต่หลังแต่งงานกลับตัดสินใจใส่ห่วงคุมกำเนิด แล้วถอดออกเพื่อมีลูก เธอก็อธิบายเรื่องพวกนี้ได้อย่างสมเหตุสมผลทุกข้อ แถมท่าทีที่มีต่อหวังกุ้ยก็… ดูเคารพเขามาก? ไม่ได้ต่อต้านเหมือนที่หวังกุ้ยบรรยายไว้เลยค่ะ”
หลิงอู๋โหยวกล่าวว่า “ในสายตาของหวังกุ้ย ภาพลักษณ์ของเธอคือภรรยาที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง และไม่คิดจะทำด้วย แต่ภาพลักษณ์ที่เธอแสดงออกมาคือ ภรรยาที่ถึงตอนนี้จะยังทำหน้าที่ได้ไม่ดี แต่ก็กำลังพยายามทำให้ดีขึ้น”
“เข้าใจแล้วครับ” ตำรวจน้อยเว่ยพยักหน้า “ผมจะปรึกษาอาจารย์ แล้วรีบจัดให้คุณโหยวเข้ารับการประเมินเรื่องบุคลิกภาพแยกสองด้านโดยเร็วที่สุด”
ฉือซีกวานถามอย่างสงสัย “อาการแบบนี้พวกคุณวินิจฉัยกันยังไง?”
ตำรวจน้อยเว่ยยกตัวอย่างสั้น ๆ
“โดยทั่วไป คนไข้ที่มาพบแพทย์ก็น่าจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าตัวเองมีอาการอะไร ถ้าแค่สงสัย แพทย์จะใช้วิธีบางอย่างกระตุ้นให้บุคลิกฝ่ายที่สองตื่นขึ้นมา วิธีที่อ่อนโยนหน่อยก็เช่น การเขียนบันทึกประจำวัน บางทีวันหนึ่งบุคลิกฝ่ายรองอาจเขียนข้อความที่คุณไม่เคยเขียนลงในสมุด แบบนี้ก็พิสูจน์ได้ว่ามีบุคลิกฝ่ายที่สองอยู่จริง”
