หลิงอู๋โหยวหันไปมอง ก็เห็นสือหยวนที่ถูกฝูงชนเบียดจนเหงื่อท่วม เมื่อเห็นเธอมองมา เขาก็อธิบายว่า “ผมยังไม่ได้ดื่ม เพิ่งซื้อจากคนที่เดินผ่านมาน่ะ”
หลิงอู๋โหยวได้ยินว่าเสียงเขาก็แหบอยู่เหมือนกัน จึงบอกว่า “คุณดื่มเองเถอะ”
สือหยวนยัดขวดน้ำใส่มือเธอ “ผมไม่หิวน้ำ”
พูดจบก็เดินกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเอง
หลิงอู๋โหยวจ้องขวดน้ำอยู่สองวินาที ก่อนเปิดฝาแล้วกรอกน้ำลงคอไปหลายอึก พลังสำหรับด่าคน (ไม่ใช่สิ) พลันกลับมาเต็มเปี่ยม
ใช้เวลาระบายฝูงชนกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดจำนวนคนก็กลับสู่ระดับปกติ ผู้บาดเจ็บสาหัสหลายคนถูกส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาล ส่วนคนเจ็บเล็กน้อยก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่หลังเท้าถูกเหยียบจนเขียวช้ำมีอยู่หลายคน และคนที่ทำรองเท้าหายก็ไม่น้อยเช่นกัน พวกเขาบ้างก็นั่งบนเก้าอี้ บ้างก็นั่งกับพื้น โทรศัพท์เรียกญาติหรือเพื่อนให้มารับ
หลิงอู๋โหยวกับสือหยวนลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับมาที่รถ ทั้งคู่เหนื่อยจนพูดไม่ออก
ไม่นานนัก ฉือซีกวานก็ถือขวดน้ำมาหลายขวด เคาะกระจกรถถามว่าพวกเขาเอาน้ำไหม ขวดก่อนหน้านี้ของหลิงอู๋โหยวดื่มหมดแล้ว เธอจึงรับมาอีกขวด
“พวกเรานับจำนวนคนเจ็บ ทำการเก็บปากคำคร่าว ๆ ก็กลับได้แล้ว พวกคุณสองคนนั่งรอในรถก่อนนะ” ฉือซีกวานพูด “เหนื่อยหน่อยนะ”
หลิงอู๋โหยว “ไม่เท่าไร”
สือหยวน “เป็นหน้าที่อยู่แล้ว”
ฉือซีกวานไปช่วยงาน ในรถจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
จู่ ๆ สือหยวนก็รู้สึกอึดอัดใจ เขาค่อย ๆ หมุนฝาขวดน้ำให้แน่นแล้ววางไว้ข้างตัว ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าควรทำอะไรดี
