เธอมองป้าคนหนึ่งที่กำลังกอดเด็กไว้พลางร้องไห้ ในหัวผุดขึ้นมาได้แค่สองคำ
หลิวเหนิงกับเสี่ยวจ้าวที่ยืนอยู่บนสุดของบันไดต่างเบิกตากว้าง คนหนึ่งรีบวิ่งลงไปดูสถานการณ์ ส่วนอีกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรแจ้ง 120
เมื่อเห็นท่าไม่ดี สือหยวนกับคนอื่น ๆ ก็รีบวิ่งมาทางบันไดเช่นกัน
เฉินฮุยสังเกตเห็นตำรวจเหล่านั้นกำลังเข้ามาใกล้ จึงสบถด่าอยู่สองสามคำ ก่อนจะหันไปมองพนักงานหญิงบนรถไฟที่ยืนอยู่ข้างหน้าอย่างหวาดผวา แล้วแค่นยิ้มพลางเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอ “นี่ เธอ มานี่...”
แต่ก่อนที่มือข้างนั้นจะคว้าตัวเธอได้ มือของเธอก็พุ่งเข้าหาเขาก่อน คว้าข้อมือไว้ เฉินฮุยชะงักไปเล็กน้อย แววตาปิดความประหลาดใจไว้ไม่มิด ยังไม่ทันได้คิดว่าเกิดอะไรขึ้น โลกก็พลิกกลับตาลปัตรในชั่วพริบตา เขามองไม่ทันด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนความเจ็บปวดรุนแรงจะแล่นไปทั่วศีรษะ ลำคอ แผ่นหลัง และขา
“อ๊าก!!”
หลิงอู๋โหยวรวบรวมแรงทั้งหมดในคราวเดียว เหวี่ยงเฉินฮุยจากบันไดด้านล่างพลิกข้ามขึ้นไปด้านบนอย่างแรง จากนั้นก็ “กร๊อบ กร๊อบ” สองที จัดการถอดข้อมือเขา มีดคัตเตอร์ร่วงลงพื้น เธอลูบข้างเอว แต่ไม่พบอะไร ถึงได้รู้ตัวว่าตอนนี้สวมเครื่องแบบพนักงานบนรถไฟอยู่ จึงไม่ได้พกกำไลเงินมาด้วย
โชคดีที่ผู้กองหลิวกับสือหยวนมาถึงอย่างรวดเร็ว และใส่กุญแจมือให้เฉินฮุย
หลังควบคุมตัวคนร้ายได้ หลิวเหนิงร้อนใจจนพูดอะไรแทบไม่ออก รีบวิ่งไปดูอาการของฮ่าวฮ่าว
