หลังต่อรองราคากันอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง
สุดท้ายหลี่ต้าซานก็ได้ปืนสุ่ยเหลียนจูสภาพใหม่ราวเจ็ดถึงแปดส่วนมาในราคา 65 หยวน
เขายังจ่ายเพิ่มอีก 10 หยวนเพื่อซื้อกระสุน 50 นัด
มีของถนัดมือแบบนี้ ต่อไปเข้าป่าล่าสัตว์ก็ไม่ต้องกลัวสัตว์ดุร้ายตัวใหญ่แล้ว
“ต้าซาน ฝีปากนายไม่ธรรมดาจริง ๆ แม้แต่ตาเฒ่าติงที่เขี้ยวลากดิน ยังโดนนายกดราคาลงไปได้ตั้ง 15 หยวน คราวหน้าบ้านฉันจะซื้อเกลือซื้อน้ำส้มสายชู คงต้องลากนายไปช่วยต่อราคาแล้วล่ะ”
“เพ้อเจ้อน่า ฉันไม่ใช่คนรับใช้บ้านนายสักหน่อย”
หลี่ต้าซานหยอกล้อเกาหม่านซานอย่างไม่เกรงใจ
ทั้งสามเดินกลับไปตามทางเล็ก ๆ ด้านหลังโรงอิฐ
เมื่อเดินมาถึงบริเวณสุสานรกร้างนอกตัวอำเภอ เกาต้าหนิวก็พลันหยุดฝีเท้า ชี้ไปยังเงาดำ ๆ ข้างทางแล้วร้องขึ้นว่า “พี่ต้าซาน ดูนั่นสิ มีคนนอนอยู่บนพื้น ตายหรือเปล่า?”
พอได้ยินดังนั้น หลี่ต้าซานกับเกาหม่านซานก็มองไปตามทิศที่เกาต้าหนิวชี้
เห็นคนคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นจริง ๆ
ชายวัยกลางคนนอนขดตัวนิ่งไม่ไหวติง
เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง รองเท้าก็ขาดจนเห็นนิ้วเท้า
มองยังไงก็เหมือนพวกคนเร่ร่อนที่หนีภัยแล้งมาจากด่านในเพื่อหากินในกวนตง
ฟ้าใกล้สางแล้ว
มีคนเดินผ่านไปมาบนถนนเป็นครั้งคราว บ้างก็อ้อมไปไกล ๆ บ้างเหลือบมองแวบเดียวแล้วเร่งฝีเท้า ไม่มีใครหยุดเข้าไปดูสักคน
ไม่ใช่ว่าผู้คนเกิดมาใจดำ
แต่ภัยธรรมชาติรุนแรงเกินไป ทุกบ้านต้องรัดเข็มขัดประทังชีวิต
คนแก่กับเด็กในบ้านตัวเองก็แทบเลี้ยงไม่ไหวแล้ว
ใครจะมีกำลังหรือเสบียงเหลือพอไปช่วยคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกัน
