“โอ๊ยแม่เจ้า รถเฮงซวยนี่ทำไมถึงกัดคนได้ด้วยเนี่ย”
เกาต้าหนิวหมอบอยู่บนพื้น ร้องครางด้วยความเจ็บปวด
“ฮ่า ๆ ๆ… ต้าหนิว นายขี่แบบนี้ได้ไง ไม่รู้ใครเห็นเข้าคงนึกว่านายกำลังไล่หมูอยู่แน่”
หลี่ต้าซานหัวเราะจนตัวโยน ก่อนเดินเข้าไปพยุงเกาต้าหนิวขึ้นมา
“เอาอย่างนี้ นายขึ้นไปนั่งเลย เดี๋ยวฉันจับรถไว้ให้ นายก็ถีบไปก็พอ”
จักรยานคานคู่ค่อนข้างสูง ส่วนการวิ่งแล้วกระโดดขึ้นคร่อมก็ต้องใช้ทักษะอยู่บ้าง หลี่ต้าซานจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีขี่จักรยานแบบที่นิยมกันในยุคหลัง โดยขึ้นคร่อมไปตรง ๆ
คราวนี้เกาต้าหนิวเชื่อฟังดี เขานั่งลงบนเบาะตามที่หลี่ต้าซานบอกอย่างว่าง่าย
เท้าทั้งสองข้างลอยคว้างอยู่กลางอากาศ แกว่งไปมาไม่หยุด
หลี่ต้าซานจับแร็กท้ายรถไว้แน่น แล้วกำชับว่า “ถีบแรง ๆ ไม่ต้องกลัวล้ม”
พอได้ยินดังนั้น เกาต้าหนิวก็ถีบบันไดจักรยานสุดแรง จักรยานเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างโคลงเคลง
หลี่ต้าซานจับท้ายรถวิ่งตามไป พลางบอกวิธีทรงตัวและบังคับทิศทางให้เกาต้าหนิว
ไม่นานนัก เกาต้าหนิวก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจับทางได้แล้ว
“เฮ้ ไม่โคลงแล้ว! พี่ต้าซาน ฉันขี่จักรยานเป็นแล้ว!!!”
พอลองขี่โดยไม่ให้หลี่ต้าซานช่วยจับ เกาต้าหนิวก็พอจะขี่โซเซไปข้างหน้าได้ เจ้าหนุ่มดีใจจนแทบมีน้ำมูกฟองออกมา
หลังจากวนอยู่กับที่สองรอบ เกาต้าหนิวก็ขี่ได้มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ
พอเล่นจนหนำใจ เกาต้าหนิวก็กระโดดลงจากจักรยาน ฉีกยิ้มกว้างแล้วพูดว่า “พี่ต้าซาน จักรยานสนุกจริง ๆ สะใจกว่าจุดประทัดอีก! พรุ่งนี้เราไปทำอะไรกันดี ขึ้นเขาไปล่าหมาป่า หรือไปวางระเบิดจับปลาริมแม่น้ำ?”
“รอหาเงินได้ก่อน ฉันจะให้พ่อซื้อจักรยานให้สักคัน”
