“ผิงถิง เดี๋ยวเธอต้องยอมลำบากหน่อยนะ”
“ลำบากอะไรเหรอ?”
พอเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหลี่ต้าซาน จ้าวผิงถิงก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมานิดหน่อย
หมอนี่นี่มันไม่รู้จักจริงจังเอาเสียเลย
คงไม่ได้คิดจะฉวยโอกาสเอาเปรียบเธอระหว่างทางอีกหรอกนะ?
จ้าวผิงถิงเดาถูกแค่ครึ่งเดียว
หลี่ต้าซานจะฉวยโอกาสเอาเปรียบเธอจริง ๆ แต่ก็เพราะสถานการณ์บังคับ
หนังสือยี่สิบกว่าเล่มวางอยู่บนเบาะหลังจักรยาน จ้าวผิงถิงจึงนั่งข้างหลังไม่ได้แล้ว ทำได้แค่ขึ้นไปนั่งบนคานหน้ารถ
ตอนแรก จ้าวผิงถิงอึดอัดจนแทบไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เพราะถูกวงแขนทั้งสองข้างของหลี่ต้าซานโอบอยู่
พอจักรยานพ้นเขตตัวเมือง มุ่งหน้าไปทางโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตร ผู้คนริมทางก็ค่อย ๆ บางตาลง จ้าวผิงถิงจึงคลายความกระอักกระอ่วน ริมฝีปากเล็กเผยรอยยิ้มนิด ๆ
แขนทั้งสองวางพาดบนแฮนด์ด้านหน้า ไม่นานเธอก็ค่อย ๆ ชินกับวิธีนั่งรถที่ชวนให้รู้สึกสนิทสนมเกินปกตินี้
ไม่นานนัก
จักรยานก็จอดลงใต้ตึกพักอาศัยของโรงงานเครื่องจักรกลการเกษตร
เมื่อเห็นผู้คนเดินขวักไขว่ หลี่ต้าซานก็เดาว่าคงถึงเวลาเลิกงานของโรงงานแล้ว เขาจึงเรียกจ้าวผิงถิงให้ตามขึ้นไปบนตึก
“ก๊อก ๆ ๆ”
“ใครคะ?”
เสียงใสของเฉินม่านลี่ดังมาจากข้างใน
จ้าวผิงถิงจัดเสื้อผ้าบนตัวโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะดึงเสื้อเชิ้ตข้างในเสื้อคลุมให้เข้าที่
ทำให้เธอดูสดใสกระฉับกระเฉงขึ้น
“สหายม่านลี่ ฉันเอง หลี่ต้าซาน”
“ในที่สุดก็มาแล้ว รีบเข้ามาสิ”
