“มองอะไรอยู่ ยังไม่รีบนั่งอีก”
จ้าวผิงถิงนั่งอยู่บนม้านั่งยาวด้านข้าง แล้วยกมือดึงแขนเสื้อหลี่ต้าซานเบา ๆ
“ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง”
หลี่ต้าซานที่นั่งข้างจ้าวผิงถิงหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย
“นายเคยดูเรื่องนี้แล้วเหรอ?”
จ้าวผิงถิงถามเสียงเบา
“เคยแล้ว ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่”
“ฉันว่าสนุกดีนะ ดูสิ ถ่ายได้ชัดขนาดไหน”
จ้าวผิงถิงคิดว่าหลี่ต้าซานตั้งใจแกล้งหยอกเธอ จึงจ้องผืนจอด้านหน้าไม่วางตา
ยิ่งหนังดำเนินไป จ้าวผิงถิงก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจ
“คร่อกฟี้...”
ตอนที่ทุกคนกำลังดูฉากสำคัญ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงใครบางคนกรน
ทันใดนั้น ผู้ชมรอบ ๆ ต่างหันไปมองหลี่ต้าซาน
จ้าวผิงถิงรีบตบปลุกหลี่ต้าซาน
ดูหนังจนหลับได้ นอกจากหลี่ต้าซานแล้วคงไม่มีใครทำได้อีก
“ขอโทษ ๆ ดูต่อเลย ดูต่อเลย”
หลี่ต้าซานประสานมือคำนับคนรอบข้าง
เขาแค่อยากใช้เวลาสองต่อสองกับจ้าวผิงถิง เลยไม่ได้สนใจชื่อหนังบนตั๋ว
《ป่าหิมะหลินไห่》
หนังคลาสสิกที่ส่งอิทธิพลต่อผู้คนมาหลายรุ่น
ถ่ายทำเสร็จเมื่อปีก่อน และเข้าฉายอย่างเป็นทางการในปีนี้
หลี่ต้าซานไม่กล้าพูดว่าตัวเองเป็นคนแรกในทั้งอำเภอที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ แต่รับรองได้ว่าเขาดูมาแล้วมากที่สุด
ชาติที่แล้ว หนังเรื่องนี้ถูกนำมาฉายแถวบ้านเขาบ่อย ๆ
ไม่ใช่แค่โรงหนังที่ฉาย คณะประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมออกไปแสดงตามชนบทก็ต้องมีหนังเรื่องนี้ด้วย
เวลาคอมมูนประชาสัมพันธ์เรื่องอะไร หรือจัดประชุมบางอย่าง ก็เปิดหนังเรื่องนี้ให้ดูเหมือนกัน
นับไปนับมา
