“เรื่องอื่นยังไม่ต้องพูดถึง แค่ฤดูหนาวปีก่อน หงหงหนาวจนเป็นไข้สูงอยู่สามวัน หมอที่สถานีอนามัยของคอมมูนบอกให้ส่งไปโรงพยาบาลอำเภอ ระหว่างทางเกือบช่วยไว้ไม่ทัน เรื่องนี้พวกคุณยังจำกันได้ใช่ไหม?”
หลี่ต้าซานหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อว่า “ก่อนเข้าฤดูหนาวปีนี้ เรารีบซ่อมบ้านให้เรียบร้อย เพิ่มความหนาของผนัง เปลี่ยนกระเบื้องหลังคา แล้วก่อเตียงเตากับเตาไฟใหม่ ต่อให้ฤดูหนาวปีนี้หนาวแค่ไหน ในบ้านก็ยังอุ่นสบาย เด็ก ๆ จะได้ไม่ต้องลำบาก”
“บ้านดินของเราไม่ได้เก่ามาก สร้างมาแค่สิบกว่าปี ตอนนั้นสภาพเป็นยังไงก็รู้ ๆ กัน สร้างแบบขอไปที ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะใช้งบเท่าไร”
“ผ่านมาแค่ไม่นาน ผนังก็เริ่มร่วนและแตกร้าวแล้ว กระเบื้องแตกบนหลังคากันฝนกันหิมะไม่อยู่ด้วย”
บ้านตระกูลหลี่สร้างขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1940
ตอนนั้นแทบไม่มีอะไรเลย บ้านจึงสร้างแบบลวก ๆ
พอแค่กันลมกันฝนได้เท่านั้น
ผ่านมาหลายปี ถึงเวลาจำเป็นต้องซ่อมแซมครั้งใหญ่แล้ว
“พี่ต้าซาน ผนังดินบ้านเราบางเกินไป ทนความหนาวติดลบสามสิบถึงสี่สิบองศาไม่ไหวแน่ ฉันกะว่าจะเพิ่มความหนาทั้งด้านในและด้านนอก ใช้ดินเหลืองผสมฟางฉาบให้แน่น แล้วเปลี่ยนกระเบื้องแตกบนหลังคาเป็นกระเบื้องเคลือบทั้งหมด หน้าต่างก็ปิดด้วยกระดาษฝ้ายหนา ๆ แถมต่อห้องข้างบ้านอีกห้องไว้เก็บของด้วย”
ฤดูหนาวทางตะวันออกเฉียงเหนือในทศวรรษ 1960 หนาวราวกับอยู่ในห้องน้ำแข็ง อุณหภูมิลดลงถึงติดลบสามสิบสี่สิบองศาเป็นเรื่องปกติ
ผู้ใหญ่ร่างกายแข็งแรง กัดฟันทนหน่อยก็ผ่านไปได้
