ทั้งสองออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปยังภูเขาซวงหลง
ตอนเดินผ่านไร่ข้าวโพดทางใต้ หลี่ต้าซานก็ได้เห็นกับตาว่าหมูป่าลงเขามาทำลายพืชผลเป็นยังไง
ต้นข้าวโพดในพื้นที่กว่าหนึ่งหมู่ถูกทำลายจนหมด
ฝักข้าวโพดสดจำนวนมากถูกฝูงหมูป่ากัดแทะจนกระจัดกระจาย
เดินไปได้สักพัก หลี่ต้าซานก็หยุดตรวจรอยกีบหมูป่าบนพื้น
รอยกีบแยกเป็นสองทาง
ทางหนึ่งมุ่งขึ้นเขา อีกทางตรงไปยังร่องน้ำทางตะวันออก
เขากะขนาดรอยกีบด้วยมือคร่าว ๆ จากนั้นหยิบโคลนเปียกข้างรอยขึ้นมาหยิกคลึงด้วยปลายนิ้ว
โคลนยังเปียกอยู่ แสดงว่าหมูป่าเพิ่งผ่านไปไม่นาน
“ยุคนี้คนยังไม่มีกิน แต่หมูป่ากลับอ้วนพีเชียว”
หลี่ต้าซานพึมพำ พลางมองต้นไม้ไม่กี่ต้นข้างไร่ข้าวโพด
หมูป่ามีนิสัยกินอิ่มแล้วชอบถูตัวแก้คัน
เปลือกไม้ถูกถูหลุดไปเป็นแถบ แสดงว่าหมูป่าตัวนั้นคงไม่เล็ก
จากนั้นหลี่ต้าซานก็พาเกาต้าหนิวเดินต่อไปทางเชิงเขา
เมื่อมาถึงทางแยก จู่ ๆ ก็มีคนห้าหกคนเดินสวนมา
“พี่ต้าซาน นั่นเหลียงเหล่ย ไอ้เวรนั่น! คราวก่อนมันแอบดูแม่ม่ายหลิวอาบน้ำ พวกเราตะโกนใส่จนมันตกใจ กางเกงหลุดลงมาด้วย โคตรฮาเลย”
พอเห็นหน้าคนที่เดินมา เกาต้าหนิวก็หยุดเองโดยไม่ต้องให้หลี่ต้าซานบอก แล้วเอ่ยถามชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามอย่างจริงจัง
“ทำไมเวลาแอบดูคนอาบน้ำ กางเกงถึงได้ไหลลงมาเองล่ะ?”
“...”
หลี่ต้าซานมีเส้นดำผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
ไอ้เจ้ากวางซื่อบื้อเอ๊ย
หาเรื่องใส่ตัวเก่งจริง ๆ
“ไอ้เวร! เกาต้าหนิว แกแน่จริงก็อย่าหนี!”
ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอายุราวยี่สิบสี่หรือยี่สิบห้าปี
ตัวไม่สูง หน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผิวก็ขาวกว่าชาวไร่ทั่วไปไม่น้อย
