มีแค่คนเดียวกับปืนหนึ่งกระบอก บุกเข้าไปก็เท่ากับเอาเนื้อไปให้สัตว์ป่ากิน
อีกด้านหนึ่ง
จางโหย่วฝูกับพวกกำลังหารือแผนกันอย่างคึกคัก
“โหย่วฝู แถบหุบเขาเหล่าหลงนั่นขึ้นชื่อว่าเฮี้ยนมาก ได้ยินว่ามีสัตว์ป่าเยอะ แถมพวกญี่ปุ่นยังฆ่าคนไว้ที่นั่นไม่น้อย กลางคืนยิ่งน่ากลัวสุด ๆ พวกเราไปมือเปล่าแบบนี้ ระวังจะยังไม่ทันขุดเจอของดี ก็กลายเป็นอาหารในปากสัตว์ป่าซะก่อน ถึงตอนนั้นคงไม่มีใครหาเจอแม้แต่ศพ”
“จะให้พวกเราเอาจอบไปสู้กับหมีดำหรือไง? ตบทีเดียวกะโหลกแตก พวกเรามีชีวิตไม่พอให้มันกินหรอก”
หลังจากตื่นเต้นดีใจไปแล้ว ทุกคนก็เริ่มนึกถึงจุดอ่อนของตัวเอง
อย่างแรกไม่มีปืน อย่างที่สองไม่มีกระสุน
ถือมีดกับขวานเข้าไป แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับไปตาย
“ไม่ต้องห่วง อีกเดี๋ยวฉันก็จะมีอาวุธอยู่ในมือแล้ว พอมีปืน ต่อให้เป็นหมีดำหรือเสือก็ต้องหลบทางให้ฉัน”
จางโหย่วฝุคุยโว
พูดถึงตรงนี้ เขาก็เปลี่ยนสีหน้าแล้วขู่เสียงเหี้ยม “เรื่องนี้มีแค่พวกเราที่รู้ ถ้าใครทำข่าวรั่วแม้แต่นิดเดียว อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน”
“ใครกล้าหักหลังพวกเรา ทุกคนจะโยนมันเข้าป่าไปให้หมาป่ากิน ไม่รู้ไม่เห็น ไม่มีใครจับได้ แม้แต่เศษกระดูกก็ไม่เหลือ”
ทั้งสามคนพยักหน้าหงึก ๆ ราวกับไก่จิกข้าว
ต่างสาบานว่าจะไม่บอกใครเป็นคนที่ห้าเด็ดขาด
“พวกนายกลับไปก่อน รอฟังข่าวจากฉัน พอฉันได้อาวุธแล้ว พวกเราค่อยเข้าเขาด้วยกัน”
จางโหย่วฝุโบกมือไล่ทุกคนกลับไป
เข้าเขาไปหาสมบัติคนเดียวก็เท่ากับหาที่ตาย รวมกลุ่มกันถึงจะมีโอกาสรวยทางลัด
แต่ก็พาคนไปมากเกินไปไม่ได้
คนที่ต้องแบ่งของ ยิ่งน้อยก็ยิ่งดี
