“ผอ.เฉิน ออกมาคุยกับผมหน่อยครับ”
เรื่องบานปลายมาถึงขนาดนี้ เกาเหว่ยก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก
อย่ามองว่าเขาเพิ่งอายุสี่สิบกว่า ๆ เพราะเขาเริ่มทำงานตั้งแต่อายุสิบกว่าแล้ว
เป็นแกนนำมานานกว่าสิบปี เจอคนมาสารพัดแบบ
ต่อให้เป็นตัวปัญหาแค่ไหน เกาเหว่ยก็จัดการจนยอมสยบได้หมด
แต่เรื่องวันนี้เกินความสามารถในการรับมือของเกาเหว่ยไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
ก็อย่างที่พูดนั่นแหละ
เกาเหว่ยเชื่อมาตลอดว่าเฉาตงซานไม่มีทางหลอกเขา
แต่เรื่องชวนเหลือเชื่ออีกเรื่องก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า
ผอ.เฉินเดินตามเกาเหว่ยออกจากห้องทำงาน
ยังไม่ทันที่เกาเหว่ยจะเอ่ยปาก ผอ.เฉินก็พูดขึ้นก่อนว่า “หัวหน้าเกา ตามหลักแล้ว เรื่องนี้เป็นงานของฝ่ายรักษาความสงบประจำคอมมูน ผมเป็นหมอไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่ในฐานะแพทย์ ผมทำเรื่องที่ขัดต่อมโนธรรมไม่ได้เด็ดขาด”
“ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเป็นหมอ อาจารย์ก็ให้ผมสาบานว่าจะรับผิดชอบต่อคนไข้และวิชาชีพของตัวเอง ขอให้เข้าใจด้วยครับ”
พูดจบ ผอ.เฉินก็เดินไปทางประตูคอมมูน
“ผอ.เฉิน รอก่อน! ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมแค่...”
ไม่ว่าเกาเหว่ยจะพูดอย่างไร ผอ.เฉินก็ไม่หันกลับมาอีก
เกาเหว่ยมีปัญหาของเกาเหว่ย
ผอ.เฉินก็มีจรรยาบรรณของตัวเอง
“บ้าชะมัด เรื่องอะไรของมันวะ!”
พอเห็นผอ.เฉินเดินลับสายตาไป เกาเหว่ยก็เดือดดาลจนแทบระเบิด เตะกำแพงด้านนอกห้องทำงานอย่างแรง
จากนั้นเกาเหว่ยก็สูดหายใจลึก ๆ หลายครั้ง พยายามกดความโกรธเอาไว้
