“ฉันเคยได้ยินคำขอแปลก ๆ มาสารพัด แต่ไม่เคยได้ยินใครเรียกร้องให้คนอื่นซ้อมตัวเองเลย ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ งั้นฉันจัดให้!”
พูดจบ หลี่ต้าซานก็ฟาดฝ่ามือใหญ่ใส่ติงจวี๋ฮวาเต็มแรงจนตาลาย
ติงจวี๋ฮวาหมุนติ้วอยู่กับที่เหมือนลูกข่างถึงสองรอบ
จากนั้นหลี่ต้าซานก็เตะเธอจนล้มลงกับพื้น
รับมือกับผู้หญิงปากจัดแบบนี้ การใช้เหตุผลเป็นวิธีที่ไร้ประโยชน์ที่สุด
หลี่ต้าซานไม่ถนัดใช้เหตุผล
แต่เขาถนัดหมัดมวยอยู่บ้าง
“ฆ่าคนแล้ว! ใครก็ได้มาช่วยที… ไอ้สารเลวนี่จะฆ่าฉัน!”
หลังถูกหลี่ต้าซานสั่งสอนติด ๆ กัน ติงจวี๋ฮวาก็นอนแผ่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้น
ทำท่าราวกับจะตายก็ไม่ได้ จะอยู่ก็ไม่ไหว
คนที่เดินผ่านไปมาพากันเข้ามามุงดู
ต่างคนต่างพูดคุยกันเสียงดังว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่ต้าซานก็ประกาศเสียงดังว่า “ทุกคนมาพอดีเลยครับ ผู้หญิงแก่ปากร้ายคนนี้จับคู่แต่งงานแบบไม่ให้คู่บ่าวสาวได้เจอกันก่อน น้องสาวภรรยาผมคนนี้น่าสงสารมาก ยายแก่บังคับจับเธอแต่งงานกับคนอื่น เรื่องคลุมถุงชนแบบนี้ยังเกิดขึ้นในสังคมใหม่ พวกคุณว่าเธอสมควรถูกตบไหมครับ?”
พอได้ยินคำพูดนั้น ติงจวี๋ฮวาก็ถึงกับมึนงงไปหมด
โจวฟางที่กำลังหวาดผวาก็พลอยงงกับคำพูดของหลี่ต้าซานไปด้วย
“อะไรนะ? ยังมีคนกล้าจัดคลุมถุงชนอีกเหรอ? ผู้หญิงคนนี้ใจกล้าขนาดไหนกัน!”
“ดูสิ หน้าของสาวน้อยยังแดงอยู่เลย คงเพิ่งโดนตบมาแน่ ๆ”
“สมควรแล้ว! ตบยายแก่ปากร้ายนี่ให้ตายไปเลยยังไม่เกินไปด้วยซ้ำ!”
ชาวเมืองในอำเภอส่วนใหญ่เป็นกรรมกร
เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ผู้คนที่มามุงดูก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
