เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว
ผู้หญิงทั้งสี่คนในบ้านต่างรู้ดี ต่อให้พูดจนฟ้าถล่มก็ห้ามหลี่ต้าซานที่ช่วงนี้ยิ่งกล้าบ้าบิ่นขึ้นทุกวันไม่ได้
ไม่นานนัก
หวังชุ่ยฮวาพาลูกสะใภ้ทั้งสี่มายืนส่งลูกชายจอมซวยที่ทั้งรักทั้งชังอยู่ตรงประตูรั้วบ้าน ด้วยหัวใจหนักอึ้ง
โจวซ่วงร้องไห้จนตาบวม นางดึงแขนเสื้อหลี่ต้าซานไว้แล้วพูดว่า “พี่ต้าซานต้องกลับมาให้ได้นะ พี่สัญญากับฉันแล้วว่าจะสร้างบ้านหลังใหญ่ให้ฉันอยู่”
จ้าวผิงถิงก้าวเข้ามาช่วยจัดปกเสื้อให้หลี่ต้าซาน ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ระวังตัวด้วย พวกเราจะรอคุณกลับมา”
ซุนเหมียวเหมียวอุ้มหนิวหนิวอยู่ห่างออกไป ร้องไห้จนแทบขาดใจ
ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา จ้องมองสามีของตัวเองที่ไม่แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
อยากเดินเข้าไปพูดสักสองคำ แต่ก็กลัวว่าจะกลั้นอารมณ์ไม่อยู่ แล้วทำให้หลี่ต้าซานเสียกำลังใจ
ซ่งซิ่วหลานหันหน้าไปอีกทาง ขอบตาแดงก่ำ พูดเสียงแข็งว่า “รีบไปได้แล้ว ไปเร็วกลับเร็ว ถ้ากลับมาช้า ฉันไม่เก็บข้าวไว้ให้หรอก”
“หนิว ไปกัน!”
ลูกสะใภ้ทั้งสี่แสดงความห่วงใยหลี่ต้าซานด้วยวิธีที่ต่างกันไป ส่วนหลี่ต้าซานเองก็ซาบซึ้งและอาลัยอาวรณ์ไม่น้อย
แต่ในยุคสมัยแบบนี้
ถ้าไม่ยอมเสี่ยงชีวิต ก็ไม่มีวันได้ใช้ชีวิตดี ๆ
ความมั่งคั่งต้องแสวงหาในความเสี่ยง ตายไปก็แหงนหน้าสู่ฟ้า
ถุย!
ต้องพูดว่า คนกล้ากินอิ่ม คนขี้ขลาดอดตายต่างหาก
เขาเรียกเกาต้าหนิวแล้วเดินฉับ ๆ มุ่งหน้าเข้าป่า
ถ้าอยู่ต่ออีกวินาที หลี่ต้าซานคงกลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนใจ
ทั้งสองเพิ่งมาถึงเชิงเขา ก็เห็นผู้คนแน่นขนัดกำลังรออยู่ที่นั่น
