หลี่ต้าซานรีบประคองเจียงเต๋อฟู่ให้ลุกขึ้น ปลอบว่า “ลุงเจียง บ้านไหน ๆ ก็ต้องเจอเรื่องเคราะห์ร้ายกันทั้งนั้น ต่อให้เป็นบ้านจักรพรรดิ ก็ยังไม่กล้าพูดว่าชีวิตจะราบรื่นทุกวัน พวกเราอยู่หมู่บ้านเดียวกัน คอยช่วยเหลือกันก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว”
“ลุงกับพ่อผมก็เป็นพี่น้องกันมานาน ถ้าพ่อผมยังอยู่ เขาก็คงทำเหมือนแม่ผมนี่แหละ ลุงรับไว้เถอะ เมื่อไหร่มีเงินค่อยคืน เมื่อนั้น ลุงว่าไง?”
เจียงเต๋อฟู่สะอื้น “น้องสาว ขอบใจนะต้าซาน ขอบใจพวกเธอมาก”
หวังชุ่ยฮวาปลอบเจียงเต๋อฟู่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อย่างที่หลี่ต้าซานพูด ใคร ๆ ก็ต้องพบเจอเคราะห์ร้ายกันทั้งนั้น
ถ้าหลี่ต้าซานไม่ได้กลับตัวกลับใจ แล้วเข้าป่าล่าสัตว์
ชีวิตของบ้านหลี่ก็คงไม่ได้ดีไปกว่าบ้านเจียงสักเท่าไร
เจียงเต๋อฟู่พูดทั้งน้ำตาคลอ “ต้าซานกลับตัวเป็นคนดีได้แบบนี้ คงเป็นเพราะวิญญาณพ่อที่อยู่บนสวรรค์คอยคุ้มครอง ถ้าบ้านฉัน... เฮ้อ ไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว”
น้ำตาของชายชราไหลพรากไม่หยุด
เดิมทีเขาก็มีลูกชาย แถมยังเป็นหนุ่มฉกรรจ์ถึงสองคน
ใครจะคิดว่าโชคชะตาจะเล่นตลก
ปีแรกที่เกิดทุพภิกขภัย ครอบครัวเจียงก็แทบประทังชีวิตไม่ไหวแล้ว
บังเอิญภรรยาของเขายังมาล้มป่วยหนักอีก
สองพี่น้องตัดสินใจเด็ดขาด พากันเข้าป่าไปล่าสัตว์
หวังจะจับกระต่ายสักสองสามตัว หรือไม่ก็ไก่ป่ามาทำอาหารบำรุงแม่
แต่ไม่คิดเลยว่า
พอเข้าป่าไปกลับเจอฝูงหมาป่า สุดท้ายทั้งคู่ก็สิ้นชีวิตพร้อมกัน
“พี่เจียง ทำใจเถอะ ชีวิตเราก็มีแค่นี้แหละ ฝืนใช้ชีวิตต่อไปก็แล้วกัน”
