“ถ้านายลำบากใจ ก็ทำเหมือนฉันไม่ได้พูดแล้วกัน ไม่ได้จะให้ควักเนื้อตัวเองสักหน่อย แค่ไปคุยประสานกับทีมผลิตอื่น ๆ ให้พวกเขาส่งปืนที่มีอยู่มาให้หมวดทหารอาสาของเรายืมใช้ชั่วคราว ทำอย่างกับจะเอาชีวิตนายอย่างนั้นแหละ”
หลี่ต้าซานก้าวเดินไปข้างหน้า พลางนับเลขในใจเงียบ ๆ
พอนับถึงเจ็ด หูชิงหมิงก็รีบตามมาทันที
ชายชรากระทืบเท้า กัดฟันพูดว่า “ถ้านายหาอันกงหนิวหวงหวานมาได้ ฉันจะไปคุยกับทีมผลิตอื่น ๆ ต่อให้ต้องอ้อนวอนจนปากเปียกปากแฉะ ก็จะทำให้หมวดทหารอาสาของพวกนายมีปืนกันคนละกระบอก”
“ตกลง”
หลี่ต้าซานไม่พูดอะไรต่อ
เอาอาวุธเย็นทั้งหมดของหมวดทหารอาสาไปกองไว้ก่อน แล้วจัดปืนให้ทุกคนคนละกระบอก
ต่อให้เป็นปืนล่าสัตว์ลูกปรายหรือปืนดินดำ กระทั่งปืนแบบฮั่นหยาง ก็ยังมีประโยชน์กว่าทวนพู่แดงกับดาบใหญ่เป็นไหน ๆ
ทุกคนต้องมีอาวุธคนละชิ้น ถึงจะคุยเรื่องฝึกยิงปืนกันได้
พอฝึกฝีมือยิงปืนจนชำนาญแล้ว
จะไปหาปืนที่ดีกว่านี้ไม่ได้เชียวหรือ
ไม่นาน ทั้งสองก็เดินเข้าไปในลานที่ทำการคอมมูนพร้อมกัน
หลี่ต้าซานเคาะประตูห้องทำงานของจางเฟิง
ยี่สิบกว่านาทีต่อมา เสียงตบโต๊ะดังขึ้นต่อเนื่องจากในห้องทำงาน
เกาเหว่ยที่เดินผ่านประตูพอดีแสยะยิ้มออกมา
ทันทีที่หลี่ต้าซานกับหูชิงหมิงมาถึง ก็มีคนมารายงานเขาแล้ว
สองคนนั้นคงไปก่อเรื่องอะไรเข้าแน่ ๆ
ถึงทำให้จางเฟิงโมโหจนตบโต๊ะดุด่าได้
“สหายต้าซาน สหายชิงหมิง ในฐานะพ่อคนหนึ่ง ฉันขอขอบคุณพวกคุณจากใจจริง! ขอบคุณที่อุตส่าห์ลำบากไปหายาวิเศษชนิดนี้มาให้”
