“ต้าซาน แนวคิดที่ไม่รอพึ่งใครและพึ่งพาตัวเองของนายควรได้รับคำชม ทั้งยังควรให้ชาวนาชาวไร่ยากจนกับทีมผลิตต่าง ๆ เรียนรู้จากนายด้วย แต่...”
“บางเรื่องอาจไม่ได้ง่ายอย่างที่นายคิด ฉันรู้ว่านายมีฝีมือด้านการล่าสัตว์ แต่สุภาษิตว่าไว้ หมัดสองข้างยากจะสู้สี่มือ ต่อให้นายขึ้นเขาทุกวัน ก็ใช่ว่าจะล่าสัตว์ได้เนื้อมามากมาย ส่วนทหารอาสาของหมู่บ้านเขาซานของพวกนาย... เฮ้อ”
หลังฟังอยู่ราวสิบนาที จางเฟิงก็เข้าใจแผนการของหลี่ต้าซานเกือบทั้งหมด
พูดตามตรง ความคิดของหลี่ต้าซานดีมาก
ฟาร์มมีสิ่งที่ขาดแคลนน้อยที่สุดก็คือธัญพืช ส่วนชาวบ้านในแถบภูเขาก็มีนายพรานมากประสบการณ์อยู่ไม่น้อย
ในบรรดาพวกเขา หลี่ต้าซานถือว่าโดดเด่นที่สุด
ปัญหาคือหลายเรื่องต้องอาศัยการประสานงาน
ถ้าหลี่ต้าซานพาทหารอาสาจากหมู่บ้านเขาซานขึ้นเขาไปล่าสัตว์ จางเฟิงก็พอจะรู้ว่าทหารอาสาข้างล่างเป็นยังไง แต่ถ้าเปลี่ยน
เป็นอีกวิธี โดยรวมนายพรานในละแวกนั้นมารวมตัวกัน ตั้งเป็นทีมล่าสัตว์มืออาชีพ ก็จะเกี่ยวพันกับการประสานผลประโยชน์ของทีมผลิตต่าง ๆ รวมถึงกองผลิตด้วย
แม้จางเฟิงจะดูแลกองผลิตทั้งหมดที่อยู่ใต้บังคับบัญชา
แต่ภายใต้ระบบกรรมสิทธิ์สามระดับ ทีมผลิตต่าง ๆ ต่างก็จัดทำบัญชีของตัวเอง
แม้แต่เขาซึ่งเป็นหัวหน้าคอมมูน ก็ไม่มีสิทธิ์ออกคำสั่งบังคับให้แต่ละทีมผลิตรวมนายพรานที่มีอยู่เข้าด้วยกัน
“เลขาฯ จาง ขอบคุณที่ชี้แนะและให้คำแนะนำ ทหารอาสาของหมู่บ้านเขาซานเป็นกองกำลังที่เข้มแข็ง สิ่งที่ยังขาดก็มีแค่การฝึกกับอุปกรณ์ เรื่องอุปกรณ์ กองผลิตจะช่วยจัดการให้ส่วนหนึ่ง ส่วนการฝึกทหารอาสา ผมก็เริ่มดำเนินการแล้วครับ”
