นอกจากของป่าบนเขาแล้ว
มีอยู่หลายครั้งที่ซ่งจินซานพาชาวบ้านขึ้นเขาล้อมล่าสัตว์ เพื่อหาอาหารมาให้ทีมผลิต
แต่เรื่องแย่งชิงกับหมู่บ้านตระกูลซุนก็ยังละเลยไม่ได้
ซ่งจินซานค่อย ๆ หุบยิ้ม ก่อนจะสูบบุหรี่เข้าไปเฮือกใหญ่สองครั้ง
ซ่งเจี่ยฟ่างพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “จะเพราะอะไรได้อีก พวกเราขายของ พวกมันก็ดักปล้นกลางทางไง”
“เจี่ยฟ่าง ลองใช้สมองคิดดูสักหน่อย ครั้งสองครั้งยังพอพูดได้ว่าพวกมันดักปล้นกลางทาง แต่ถ้าเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ไม่กลัวว่าคอมมูนกับกองใหญ่จะไม่พอใจหรือไง? หมู่บ้านตระกูลซุนจะกร่างแค่ไหน ก็ยังอยู่ใต้การดูแลของกองใหญ่ เป็นหน่วยผลิตสังกัดคอมมูน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ข้างบนอาจทำเป็นมองไม่เห็น แต่ถ้าทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต่อให้เป็นตุ๊กตาดินปั้นก็ยังมีอารมณ์โกรธบ้าง”
หลี่ต้าซานพูดอย่างจริงจังว่า “เห็นหมู่บ้านตระกูลซุนทำเรื่องไม่ต่างจากโจรทุกวัน ทีมผลิตรอบ ๆ กับกองใหญ่ข้างบนจะนิ่งดูดายได้หรือ? ขอแค่มีใครเอาเรื่องไปแจ้งคอมมูน หัวหน้าทีมผลิตของหมู่บ้านตระกูลซุน รวมถึงชาวบ้านกลุ่มที่เข้าร่วมวิวาทและปล้นชิง เกรงว่าคงได้เจอดีแน่”
“แล้วทำไมล่ะ?”
“มา ๆ เดี๋ยวฉันบอกให้ว่าทำไม”
ซ่งจินซานกวักนิ้วเรียก ซ่งเจี่ยฟ่างที่ยังงง ๆ โน้มหน้าเข้าไปหา แต่กลับถูกชายชราเตะเข้าให้อีกครั้ง
“ทำไมงั้นเหรอ? มีหัวไว้ก็ถามแต่ทำไม แกไปถามคนที่หมู่บ้านตระกูลซุนดูสิว่าพวกมันทำแบบนี้ทำไม!”
“ต้าซาน อย่าไปถือสาไอ้เด็กเหลือขอนั่นเลย เราสองพ่อลูกมาคุยกันหน่อย เรื่องนี้มันเพราะอะไรกันแน่?”
