"อะไรนะ?" จ้าวหนิงใจลอยเล็กน้อย ไม่ได้ยินที่อีกฝ่ายพูด
"ไม่มีอะไรหรอก" จี้ซู่หัวฉีกยิ้มกว้าง
[เหมือนเป็นยุง เจ้าหญิงน้อยไม่โดนกัดใช่ไหม?]
[เด็กน้อยซื่อบื้อโดนยุงกัดแล้วหรือเปล่า?]
[ไม่ใช่...ยุงบนเกาะนี่ ไม่มีเชื้อโรคอะไรติดต่อใช่ไหม?]
[โรคติดต่อมันง่ายขนาดนั้นที่ไหน อย่าสาปแช่งเจ้าหญิงน้อยสิ]
[ที่จริงถึงเจ้าหญิงน้อยจะป่วย ฉันก็ไม่ห่วง...ฉันแค่กลัวภรรยาฉัน...]
[เฮือก หุบปากนะ!]
จี้ซู่หัวปล่อยมืออย่างเหนื่อยหอบ แล้ววางแพะลงหน้าประตูกระท่อมไม้
"กลับมาแล้ว? ได้เยอะเลยนะ หืม? มือนายเป็นอะไรไป?" ในกระท่อม ลู่เจิ้งอี้ปูที่นอน ก่อกองไฟเสร็จแล้ว น้ำในหม้อเริ่มเดือดปุดๆ
จ้าวหนิงตอบว่า "ไม่เป็นไร แค่ข้อแพลงนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย"
"อืม น้ำที่เราเหลือทั้งหมดอยู่ในหม้อแล้ว"
จี้ซู่หัวมองโลกในแง่ดี "ไม่เป็นไรน่า แค่คืนเดียวไม่ดื่มก็ได้" เธอกลืนน้ำลาย มองอย่างคาดหวัง "ยังไงการได้กินเนื้อก็สำคัญกว่า"
จ้าวหนิงชำเลืองมอง แล้วพูดว่า "พรุ่งนี้เช้าเราค่อยไปตักน้ำที่แหล่งน้ำ กลางคืนริมแม่น้ำไม่ปลอดภัย ซู่หัวเธอไปเหลากิ่งไม้สองอัน"
จ้าวหนิงหยิบกะละมังออกจากหม้อ มือขวาไม่มีแรงจึงใช้มือซ้าย เอียงซากแพะก่อนเป็นสัญญาณให้จี้ซู่หัวเข้ามาใช้มีดกรีดเส้นเลือดใหญ่ที่คอและหลอดลมของแพะ เลือดแพะไหลลงกะละมัง รอจนเลือดไหลจนหมด
[พละกำลังของจ้าวหนิงนี่มากเกินไปแล้ว...แพะนี่ต้องหลายสิบชั่งนะ เธอยกได้ด้วยมือข้างเดียว? แล้วยังเป็นมือซ้ายอีก???]
[เห็นการกระทำแผลงๆ ของเธอบ่อยเข้า จนรู้สึกว่าจ้าวหนิงยกแพะได้ด้วยมือข้างเดียว ไม่เห็นน่าแปลกใจเลย...]
หลังจากปล่อยเลือดเสร็จ จ้าวหนิงยกมีดฟันฉับ แล่ขาหลังแพะสองข้างออกอย่างคล่องแคล่ว เมื่อเห็นทั้งสองคนมองอย่างตกตะลึง เธออธิบายว่า "หม้อเราไม่ใหญ่พอ ยังจัดการทั้งตัวไม่ได้ กินขาแพะก่อน"
