ระหว่างที่ทั้งสองกำลังวางแผนกันอย่างลับ ๆ อีกฟากหนึ่งก็มีสองคนที่คุยกันลับหลังกล้องเช่นกัน
“ทำไมนานจัง?” ลู่เจิ้งอี้รอจนเริ่มหมดความอดทน กว่าจี้ซู่หัวจะปรากฏตัวในสายตา
“ไปเข้าห้องน้ำจริง ๆ มา” จี้ซู่หัวเห็นสีหน้าอ่านยากของเขา ก็อดนึกหวาดหวั่นไม่ได้ “พี่ เรียกหนูออกมาทำไมเหรอ?”
“ยังรู้ว่าฉันเป็นพี่นะ บอกไปตั้งนานแล้วว่าเรื่องนั้นฉันจัดการให้ได้ แกจะมารายการบ้านี่ทำไม”
จี้ซู่หัวรู้ตัวว่าผิดเลยทำตัวอ่อนน้อม “ค่ะ ๆ”
“เอาล่ะ แกก็พูดให้น้อย ๆ หน่อย เกาะพัง ๆ นี่ตอนกลางคืนหนาวจะเป็นจะตาย...”
พี่ก็พูดอยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ... จี้ซู่หัวกล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูดออกมา
“เราเหลือน้ำแค่สี่ขวดแล้ว พรุ่งนี้เราไปหาน้ำกันก่อน แล้วค่อยไปหาอาหารด้วยกัน” ลู่เจิ้งอี้เข้าเรื่องทันที
แน่นอนว่าการหาน้ำง่ายกว่าหาอาหาร เพราะพวกเขามีเครื่องกรองน้ำขนาดเล็ก คุณภาพน้ำจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่
“อ๋อ” จี้ซู่หัวตอบรับ แล้วถามต่อว่า “พี่ แล้วพี่จ้าวหนิงล่ะ?”
เมื่อเห็นดวงตาสวยของจี้ซู่หัวจับจ้องมาที่ตน ลู่เจิ้งอี้ก็รู้สึกขัดเขินอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “อะไรล่ะ? เธอ... เธอเอาของมาให้ตั้งเยอะ พักบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร”
“ฟึ่บ”
ลู่เจิ้งอี้ทั้งโกรธทั้งอาย “แค่นหัวเราะอะไร?”
จี้ซู่หัวกะพริบตาปริบ ๆ “เปล่าซะหน่อย เรียกหนูออกมาแบบนี้ก็แค่เรื่องนี้น่ะเหรอ?”
“ก็ไม่เชิง จงอวี๋คนนี้เจ้าเล่ห์มาตลอด เกาะนี้ก็มีแค่นี้ จะไม่ให้เขาหาเราเจอได้ไง ฉันไม่ได้ห่วงแกหรอก แต่แกดูแลจ้าวหนิงให้ดี” ลู่เจิ้งอี้ครุ่นคิด แล้วเสริมว่า “จ้าวหนิงมีประโยชน์กับทีมเรามาก อย่าให้เธอถูกคัดออก”
