อินซิ่วเยว่อาศัยอยู่กับพ่อแม่สามี ครอบครัวนี้มีความสัมพันธ์กันดีมาก แม่สามีชอบยิ้มและพูดง่าย ส่วนพ่อสามีบารมีสั่งสมอยู่ในบ้านมานาน หากแม่สามีเอ่ยปาก อินซิ่วเยว่ยังพอออดอ้อนขอเปลี่ยนช่องได้ แต่พอพ่อสามีพูดขึ้นมา เธอก็ไม่กล้าเถียง ทำได้เพียงวางรีโมตลง
แม่สามีนั่งถักไหมพรมอยู่บนโซฟา พลางยิ้มถามว่า “นี่ไม่ใช่เทพีในดวงใจของพ่อเธอเหรอ ละครเรื่องอะไรล่ะ”
“ละครชิงอำนาจในวังค่ะ...น่าเบื่อจะตาย” อินซิ่วเยว่พูด พลางกลอกตาแล้วพยายามเชียร์สุดตัว “แม่คะ มีละครเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ชื่อกาลเวลา เริ่มฉายตอนสองทุ่ม เราดูเรื่องนั้นกันเถอะค่ะ”
“ละครในวังเหรอ...ไม่ได้ดูมานานแล้วนะ” แม่สามีขยับแว่นแล้วพูดว่า “ตัวอย่างก็ไม่นาน ดูจบแล้วค่อยเปลี่ยนช่องก็ได้”
พ่อแม่สามีจับมือเป็นแนวร่วม อินซิ่วเยว่จึงจำต้องถอยไปก่อน
ก็จริง...ยังไงละครของเสี่ยวอวี๋ก็เริ่มฉายตอนสองทุ่มอยู่แล้ว
ละครน่าเบื่อแบบนี้ พ่อสามีหัวโบราณดูไปสักพักก็คงหมดสนใจแน่ อินซิ่วเยว่กลับไปหยิบแล็ปท็อปออกมา นั่งทำงานบนโซฟาสักพัก พลางรอให้ถึงสองทุ่ม เวลาที่ละครของจงอวี๋จะเริ่มฉาย
ชูซวง รับบทโดยเหวินฉี
ชูซวงในชุดนางกำนัลคุกเข่าหมอบต่ำอยู่บนพื้นหิมะ กล้วยไม้เหวินซินที่เสียบอยู่ข้างจอนผมสั่นไหว ก่อนร่วงหล่นลงบนหิมะ
วินาทีถัดมา เธอยืนเคียงข้างจักรพรรดิ มองจักรพรรดิที่เอ่ยด้วยแววตารักลึกซึ้งดุจมหาสมุทรว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือแหม่มก้อยเพียงคนเดียวของเรา”
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ปอยผมทองประดับข้างจอนผมกระทบกันส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งยามเธอหันกลับมา
สนมลี่ รับบทโดยถานอวี้เจิน
