หลินฉีดูออกว่าจ้าวหนิงมีความทะเยอทะยาน และเธอก็ยินดีจะช่วยให้จ้าวหนิงสมหวัง แต่ถ้าจ้าวหนิงคิดจะวางท่า รอดูว่าสคริปต์จะแก้จนถูกใจตัวเองหรือไม่แล้วค่อยตัดสินใจเซ็นสัญญา แบบนั้นก็เป็นเรื่องตลกชัด ๆ
พูดตามตรง จ้าวหนิงก็เป็นแค่นักแสดงหน้าใหม่ที่ผลงานโดดเด่นคนหนึ่ง หลินฉีเลือกเธอก็เพราะหลินเจิงตามตื๊อไม่เลิก ถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก ยืนกรานจะให้จ้าวหนิงรับบทนี้ให้ได้
ในฐานะผู้ลงทุน ลึก ๆ แล้วหลินฉีกลับแอบหวังว่าจ้าวหนิงจะปฏิเสธละครเรื่องนี้ด้วยซ้ำ
“แน่นอนค่ะ” จ้าวหนิงพยักหน้าโดยไม่ลังเล “สคริปต์จะแก้เป็นแบบไหนก็ช่าง ละครของพี่ฉี หนูต้องสนับสนุนอยู่แล้วค่ะ”
“ดี งั้นเราตกลงกันตามนี้”
พอได้สัญญามา จ้าวหนิงก็อดไม่ได้ที่จะดูตัวเลขค่าตัวก่อน ยี่สิบตอน สี่แสนหยวน เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ดี ดี ดี ใกล้จะได้เกษียณจากวงการขึ้นอีกก้าวแล้ว
พอสัญญาเรียบร้อย หลินฉีก็ถอนหายใจอย่างเสียดาย ก่อนพูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า “เมื่อก่อนฉันร่วมงานกับบริษัทมาตลอด เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าการตั้งทีมงานของตัวเองยากแค่ไหน ตอนนี้มีแค่นักแสดงนำหญิงอย่างเธอที่ตกลงแล้ว นักแสดงคนอื่นยังไม่มีใครเลย”
จ้าวหนิงถามอย่างแปลกใจว่า “ยังไม่ได้เลือกนางรองด้วยเหรอคะ หนูว่าหลินเจิงก็ดูเหมาะอยู่นะ”
นางรองเป็นเพื่อนสนิทและผู้จัดการของนางเอก เป็นบทสาวหวานที่ชวนให้เอ็นดู
หลินฉีพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “เธอไม่ได้หรอก ฝีมือการแสดงแค่นั้น อย่ามาทำละครพังเสียก่อนก็แล้วกัน”
“พี่ฉี ก่อนหน้านี้พี่คิดว่าหลินเจิงแสดงไม่ดี แต่จริง ๆ เธอพัฒนาขึ้นเยอะแล้วนะคะ ผู้กำกับคั่นขึ้นชื่อว่าเข้มงวดมาก แม้แต่ถานอวี้เจินยังเอ็นจีอยู่บ่อย ๆ แต่หลินเจิงแทบไม่เอ็นจีในละครเลย...”
หลินฉีชะงักไป ก่อนพูดอย่างยินดีว่า “เสี่ยวเจิงมีเพื่อนในวงการแล้วสินะ ถึงว่าเธอ...” เธอพูดค้างไว้ครึ่งประโยคแล้วหยุดไป จากนั้นก็ยิ้ม “พวกเธอสนิทกันก็ดีแล้ว ปกติก็หาเวลาไปเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ นะ”
