ข่าวดีขนาดนี้ เฉิงอิงรู้สึกว่าควรกินมื้อใหญ่ฉลองสักหน่อย
แต่เสียดายที่เรื่องงานยังไม่ลงตัวแน่นอน อีกอย่างครอบครัวก็ยังไม่ได้แยกบ้านกัน คงต้องอดใจรอไปก่อน
ระหว่างทางกลับ ฝีเท้าของลินเหว่ยก็เบาสบายขึ้นหลายส่วน ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ
เฉิงอิงเอียงหน้ามองเขา แล้วแกล้งร้องเสียงดังราวกับเพิ่งสังเกตเห็นว่า “ว้าว พี่สี่ของฉันหน้าตาดีเหมือนกันนะ ไม่เสียทีที่เป็นพี่ชายฉันจริง ๆ”
ลินเหว่ยทั้งขำทั้งจนใจ ยกมือเคาะหัวเธอเบา ๆ ทีหนึ่ง “พูดแบบนี้หมายความว่าเมื่อก่อนพี่สี่หน้าตาไม่ดีหรือไง?”
เฉิงอิงหัวเราะร่า “เปล่าสักหน่อย วันนี้ดูดีขึ้นอีกนิด แต่ก็ยังสู้ฉันไม่ได้อยู่ดี”
มุมปากลินเหว่ยกระตุก น้องสาวคนนี้ควรบำรุงร่างกายให้อ้วนขึ้นสักหน่อยก่อนค่อยว่ากัน
ลินเหว่ยชินกับคำพูดแบบนี้แล้ว น้องสาวเขาเพิ่งมั่นใจในตัวเองและหลงตัวเองแบบนี้เป็นวันแรกเสียเมื่อไร?
แน่นอนว่าไม่ใช่
ตอนพี่น้องทั้งสองกลับไปถึง ลานบ้านรวมก็คึกคักครื้นเครงมาก
เพราะพรุ่งนี้หลิวลี่ลี่กับซิงเฟิงจะจัดงานกันแล้ว ตั้งแต่ช่วงบ่ายจึงมีเพื่อนบ้านไม่น้อยแวะมาที่บ้านตระกูลหลิว เพื่อช่วยกันจัดเตรียมสินเดิมของหลิวลี่ลี่
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาไม่นาน ฝ่ายเจ้าบ่าวก็ส่งคนเอาสินสอดมาที่บ้านตระกูลหลิว ทำเอาพวกผู้ใหญ่ชายหญิงที่ชอบดูเรื่องสนุกจากลานหน้าบ้านและตรอกข้าง ๆ ต่างพากันมามุงดู
จักรเย็บผ้าเครื่องใหม่เอี่ยมถูกวางไว้กลางห้องโถง ดึงดูดให้บรรดาสาว ๆ ที่แต่งงานแล้วหลายคนเข้าไปลูบคลำ
แม่ของหลิวตั้งใจลางานตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่ออยู่เฝ้าบ้าน คอยจับตาดูมือที่จ้องจะยื่นไปสัมผัสในห้องโถง
