เช้าวันอาทิตย์ เสียงกระทบกระทั่งดังปึงปังสารพัดอย่างก็ดังขึ้นทั่วลานบ้าน
เฉิงอิงตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าทางตระกูลหลิวเริ่มวุ่นวายกันแล้ว
ญาติที่มาช่วยงานบ้านตระกูลหลิวมีไม่น้อย ดังนั้นวันออกเรือนของหลิวลี่ลี่ ตระกูลหลิวจึงต้องจัดโต๊ะเลี้ยงสักหลายโต๊ะไว้ต้อนรับญาติมิตร
ลูกเขยมีฐานะดี แม่ของหลิวจึงยิ่งอยากจัดงานแต่งครั้งนี้ให้สมเกียรติและงดงาม
พอนึกถึงเรื่องเมื่อวาน แม่ของหลิวก็ยังแอบกัดฟันกรอด
ยัยเด็กเฉิงอิงนั่น ใคร ๆ ไม่พูด แต่เธอกลับเป็นคนเดียวที่เอ่ยเรื่องลูกเขยแต่งงานครั้งที่สองแถมมีลูกติด
ต้องเป็นฝีมือสวี่ฮุ่ยเฟินผู้หญิงคนนั้นคอยยุแยงอยู่เบื้องหลังแน่ เพราะอย่างนั้นวันนี้งานเลี้ยงยิ่งต้องจัดให้ดี
เฉิงอิงไม่รู้เลยว่าแม่รับเคราะห์แทนเธอไปแล้ว
เพื่อนบ้านก็ต้องไปช่วยงานด้วย บ้านในลานบ้านรวมต่างก็ทำกันอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นคราวหน้าบ้านคุณมีเรื่อง ลองดูสิว่าเพื่อนบ้านจะยอมมาช่วยหรือเปล่า
ญาติห่าง ๆ สู้เพื่อนบ้านใกล้เรือนไม่ได้ คำนี้หมายถึงอย่างนั้นเอง หากคนในบ้านป่วยต้องส่งโรงพยาบาล แค่ตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน เพื่อนบ้านก็จะมาช่วยกันพาคนไปโรงพยาบาล
สวี่ฮุ่ยเฟินปรึกษากับลินจวนแล้ว ลินจวนสนิทกับหลิวลี่ลี่ จึงให้เธอเป็นตัวแทนบ้านเฉิงไปช่วยงาน
หลังมื้อเช้า เฉิงเฉียงกับเฉิงเจี้ยนชางก็ออกจากบ้านไปอีก
เฉิงเหมย์หัวก็ตื่นสายเหมือนเดิม ต่อให้ในลานบ้านเสียงดังขนาดนี้ก็ยังปลุกเธอไม่ตื่น
แต่ถึงเธอจะตื่นขึ้นมา ก็คงไม่อยู่บ้านเสียเป็นส่วนใหญ่
เฉิงเฉียงเพิ่งก้าวออกจากบ้าน สวี่ฮุ่ยเฟินก็โบกมือแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ ไปดูที่ตระกูลเหยากันว่ามีอะไรให้ช่วยบ้าง”
เฉิงอิงขานรับอย่างกระตือรือร้น เรื่องย้ายบ้านสำคัญกว่าการไปดูคนอื่นมารับเจ้าสาวเสียอีก
พอมาถึงลานบ้านรวมหลังเลขหนึ่ง เพื่อน ๆ ที่มาช่วยเหยาฮุยกับภรรยาย้ายบ้านก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน
