หลี่เจียกั๋วกล่าวอย่างจริงจังว่า “นักเรียนเฉิงอิง ตอนนี้พวกเรามีเรื่องอยากปรึกษากับเธอสักหน่อย อยากขอความเห็นจากเธอ”
เฉิงอิงพยักหน้า “คุณหลี่เชิญพูดค่ะ”
หลี่เจียกั๋วกล่าวว่า “เป็นอย่างนี้ครับ พวกเธอช่วยเราคลี่คลายคดีใหญ่ได้ จะมอบรางวัลแบบไหนให้ก็ไม่เกินไป
แต่พวกเราคำนึงว่าเธอยังอายุน้อย ไม่ควรเปิดเผยตัวตน เพื่อไม่ให้สายลับคนอื่นที่ยังซ่อนตัวอยู่จับตามอง จนเกิดผลร้ายตามมา
แต่เพราะเหตุนี้เอง พวกเราจึงยิ่งต้องตอบแทนเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ดีทั้งสามคน”
“อีกสักพักจะมีการสัมภาษณ์ลงข่าว ตอนนั้นผมจะจัดให้เธอพบกับนักข่าว แต่ชื่อจริงของพวกเธอจะไม่ลงหนังสือพิมพ์”
“นักเรียนเฉิง ผมขอถามเธอกับพี่ชายทั้งสองคนในนามของเพื่อนร่วมงานทุกคนจากตำรวจสำนักงานใหญ่เมืองว่า พวกเธออยากได้รางวัลแบบไหน ที่ถามเช่นนี้ก็เพื่อให้การมอบรางวัลตอบแทนเป็นรูปธรรม”
หัวใจของเฉิงอิงกระตุกวูบ เธออยากปฏิเสธอย่างหนักแน่นเหลือเกิน
แต่ความเป็นจริงไม่เปิดโอกาสให้เธอทำเช่นนั้น “จริงเหรอคะ? ขออะไรก็ได้เลยเหรอ? ถ้าฉันอยากได้งานสักงานล่ะคะ?”
หลี่เจียกั๋วไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจ “จากที่ผมเพิ่งสอบถามมา ผลการเรียนของนักเรียนเฉิงไม่เลว น่าจะเรียนต่อมัธยมปลายได้ใช่ไหม ตอนนี้เธอยังอายุน้อย ดังนั้นเรื่องงานนี้ถามแทนคุณลินเหว่ยพี่ชายของเธอสินะ?”
ก่อนมา หลี่เจียกั๋วให้คนไปสืบเรื่องครอบครัวของสามพี่น้องเฉิงที่มาแจ้งความ จึงได้ตัดสินใจให้สวี่ฮงจวินจากกองผลิตเซียงหยางเข้าประจำกองอาสาสมัครทหาร
เฉิงอิงยังอายุน้อย แต่ลินเหว่ยกำลังเผชิญปัญหาเรื่องลงไปทำงานในชนบทอย่างจริงจัง
ภูมิหลังครอบครัวของเฉิงอิงกับลินเหว่ยก็ค่อนข้างซับซ้อน หลี่เจียกั๋วคิดว่าสิ่งที่พี่น้องคู่นี้ต้องการที่สุดในตอนนี้ อาจเป็นงานกับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ
