ผ่านไปครู่ใหญ่ คุณป้าเชียนถึงจะย่อยข่าวน่าตกใจนี้ได้ สวี่ฮุ่ยเฟินจะหย่ากับเฉิงเฉียงแล้ว
แต่พอลองคิดดูให้ดี หากยังอยู่บ้านเฉิงต่อไป ชีวิตต่อจากนี้ของสวี่ฮุ่ยเฟินก็คงมีแต่ต้องเป็นแม่บ้านคอยปรนนิบัติคนทั้งครอบครัวของเฉิงเฉียง
ครู่หนึ่งคุณป้าเชียนจึงตบมือสวี่ฮุ่ยเฟินเบา ๆ แล้วพูดว่า “ถ้าเธอเห็นว่าดีก็ทำตามที่คิดเถอะ ความเห็นของคนอื่นไม่สำคัญหรอก”
พวกเธอไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อให้คนอื่นพูดถึงนี่นา ไม่อย่างนั้นจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไร
คุณป้าเชียนเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเธอมีลูกสาวแค่สองคน
หลายปีมานี้ได้ยินคำพูดเหลวไหลมามากมาย แต่ตอนนี้ชีวิตของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร
สามีเธอยังไม่รังเกียจที่เธอมีลูกสาวแค่สองคน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนอื่นด้วย
“จะย้ายเมื่อไรล่ะ ฉันจะช่วยเก็บของด้วย”
สวี่ฮุ่ยเฟินยิ้ม เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบนี้ เธอถึงได้พูดความจริงออกไป ที่จริงก็ปิดบังได้อีกไม่นานแล้ว
“เดี๋ยวพี่ชายฉันก็จะมาแล้ว ต่อไปแค่คงคุยกับเธอไม่สะดวกเหมือนตอนนี้เท่านั้นเอง”
คุณป้าเชียนโบกมือ “ฉันนึกว่าเป็นเรื่องอะไรเสียอีก ก็แค่เดินไม่กี่ก้าวเอง พูดเข้าไปได้ ฉันนึกว่าเธอย้ายออกจากตรอกสิ่งหัวไปแล้วเสียอีก”
คุยกันได้ไม่นาน สวี่โหย่วเหลียงก็พาภรรยามา พร้อมกับสวี่โหย่วเทียนและภรรยา นอกจากนี้ยังมีลูกชายกับลูกสะใภ้ของสวี่โหย่วเหลียง รวมทั้งสวี่ฮงจวินมาด้วย
พอเห็นสมาชิกตระกูลสวี่มากันพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อนบ้านในลานบ้านรวมก็พากันตกใจ
ตระกูลสวี่มาทำอะไรกัน หรือจะมาคิดบัญชีกับบ้านเฉิง
ช่วงนี้บ้านเฉิงก็ไม่เห็นก่อเรื่องอะไรนี่นา
สวี่โหย่วเหลียงกับหม่าเยี่ยนยิ้มแย้มทักทายเพื่อนบ้านเหล่านั้น เมื่อถูกถาม ทั้งคู่ก็ตอบเหมือนกันว่ามาช่วยน้องสาวอย่างสวี่ฮุ่ยเฟินย้ายบ้าน
เอาละ คราวนี้เพื่อนบ้านรู้กันหมดแล้ว การสลับบ้านคงไม่ใช่เรื่องที่คิดขึ้นชั่ววูบ แม้แต่พี่ชายคนรองที่โรงงานเครื่องจักรกับพี่ชายคนโตที่อยู่ชนบทยังรู้ก่อนพวกเขาเสียอีก ถึงได้นัดกันมาช่วยในเวลานี้
เฉิงอิงกับพี่สี่ลินเหว่ยกลับมาแล้วเถียงป้าไลไปยกหนึ่ง จึงรู้ว่าลุงใหญ่กับลุงสองมาถึงกันหมดแล้ว พี่น้องทั้งคู่รีบวิ่งไปลานด้านหลัง
