ข้าง ๆ เงียบสนิท ไม่มีปฏิกิริยาอะไร
ซื่อยังข้องใจอยู่หน่อย ๆ ใช้นิ้วบีบผ้าห่ม แอบเปิดมุมหนึ่งขึ้นดู ก็เห็นเด็กน้อยงอขา ซุกหน้าลงบนเข่า ขดตัวเป็นก้อนกลม หางตาที่ซ่อนอยู่ใต้ปอยผมข้างหูตกต่ำลง ขนตาแผ่เงาราง ๆ เป็นหย่อมเล็ก ๆ
ไม่เหมือนเมื่อสามปีก่อน ที่กัดริมฝีปากตัวเองอยู่คนเดียว แล้วแอบร้องไห้อยู่ในผ้าห่ม
ซื่อถอนหายใจเฮือกหนึ่ง หนุนหัวลงบนแขนเตรียมจะปิดตา ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นฝ่ามือที่กำแน่นของเด็กน้อย ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น สมองเขากระตุกวูบหนึ่ง ก็ยื่นมือไปงัดนิ้วเด็กน้อยออก
ท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ เจาลืมตาขึ้นมาทันที มองเขาอย่างไม่เข้าใจ ในดวงตาสีทองหม่นนั้น ราวกับถูกเคลือบด้วยแคทอายสีทรายไหล เปล่งประกายแสงระยิบระยับ
ซื่อกลับดูสบาย ๆ มาก ยืดนิ้วของเด็กน้อยออกทีละนิ้ว “ดูสิ ฝ่ามือเจ้ากำเสียจนถลอกเป็นแผลแล้ว”
“มา มืออีกข้างก็คลายออกด้วย”
เจ้าดูไม่ค่อยเต็มใจนัก
“เป็นอะไรไป” ซื่อถามอย่างสงสัย “ซ่อนอะไรไว้”
เจารีบหลบเข้าไปในผ้าห่ม "ไม่มีอะไร"
ซื่อไม่เชื่อ คว้าตัวเด็กน้อยเข้ามาเลย จับข้อมือเขาไว้ ใช้เวลาแค่สองสามทีก็งัดนิ้วมือของเขาออก จากนั้นก็เห็นสิ่งที่อยู่ในฝ่ามืออย่างชัดเจน อีกทั้งรอยข่วนลึกตื้นเต็มฝ่ามือ บางรอยมีเลือดซิบ ๆ ซึมออกมา
“เอาหินกรวดเล็ก ๆ มาทำไม” ซื่อ "พรวด" ตัวขึ้นนั่งทันที คิ้วขมวดแน่น
เจ้าหลบสายตาลงต่ำ "เล่น"
ซื่อรู้ว่าเด็กน้อยในใจไม่สบาย ก็ไม่ได้เปิดโปง โยนหินกรวดนั้นทิ้งไปไกล ๆ แล้วพูดว่า "ต่อไปห้ามเล่นแบบนี้อีก"
เสียงของเจ้าอู้อี้ "อืม"
