การกะเทาะเปลือกข้าวเป็นงานละเอียด พวกมนุษย์สัตว์ร่างใหญ่บึกบึนนั่งขัดสมาธิล้อมวงบนพื้น หัวหลายหัวชนกันเป็นวงกลม มือหนึ่งจับหินทรงรี อีกมือหนึ่งกำรวงข้าววางบนแผ่นหิน แล้วถูไปมาซ้ำ ๆ
มองจากระยะไกล ทั้งท่าทางและแผ่นหลังนั้น ดูคล้ายยายแก่ในหมู่บ้านที่มานั่งจับกลุ่มซุบซิบพร้อมกับเย็บพื้นรองเท้า
แค่แข็งแรงกว่าเล็กน้อยเท่านั้น
กว่าจะเสร็จก็ครึ่งค่อนวัน เหนื่อยแทบตาย แต่พอคิดถึงฝีมือทำอาหารของไป๋เจ๋อ พวกเขาก็เหมือนมีแรงฮึดสู้ต่อได้อีก
เพราะเทียบกับอาหารที่ไป๋เจ๋อทำแล้ว ที่ผ่านมาพวกเขาแค่กินส่ง ๆ ไปวัน ๆ เท่านั้นเอง
แต่ใจก็ยังลอยไปลอยมา
ทุกครั้งที่ไป๋เจ๋อกับพวกกลับมาจากข้างนอก พวกมนุษย์สัตว์ต่างก็ชะเง้อคอ อยากรู้ว่าพวกเขาเอาอะไรกลับมาบ้าง แล้วก็กลอกลูกตาเดาว่ามื้อเย็นจะเป็นอะไร
จากนั้นก็เผลอพูดคุยถึงอาหารที่ไป๋เจ๋อเคยสอนให้พวกเขาทำกันยกใหญ่ พูดกันปากต่อปาก แถมยังแชร์ผลสำเร็จของตัวเอง กับอาหารสูตรทดลองต่าง ๆ
คุยกันอย่างเมามันส์
ม่อไม่ได้เข้าร่วมด้วย แค่ตอบบ้างเมื่อถูกถาม โดยสอดแทรกเรื่องอาหาร "ประจำวัน" ของตัวเองด้วยท่าทีเนียน ๆ
อย่างเช่น "เนื้ออสูรงุ่นง่านผัดหัวหอมป่า" เมื่อเช้านี้
แล้วทันใดนั้น หัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนมาตกที่เขา ทุกคนพยายามสืบรู้จากคนที่อยู่กับไป๋เจ๋อทั้งวันทั้งคืนคนนี้ว่า ไป๋เจ๋อได้คิดค้นของอร่อยอะไรใหม่หรือเปล่า
ม่อทิ้งปมให้คนอื่นสงสัยพอประมาณ จากนั้นก็พูดเรียบ ๆ ว่า "วันนี้งานเสร็จเมื่อไหร่ ตอนนั้นถึงได้กิน"
ได้ยินดังนั้น พวกมนุษย์สัตว์ก็รีบกลับไปยัง "ที่ทำงาน" แทบอยากลงมือลงเท้าช่วยกันพรวดเดียวเสร็จ
ตอนพลบค่ำ ไป๋เจ๋อและชิงกับพวกไปที่ริมลำธาร ไปกู้กับดักปลาที่วางไว้เมื่อเช้า
บางทีอาจเป็นเพราะในฤดูใบไม้ร่วงมีอาหารในน้ำอุดมสมบูรณ์ ปลาข้างในตัวโตทั้งนั้น มีทั้งสีเขียวอมขาว เงิน และน้ำตาลเทา... ยาวราวแขนเล็ก
แถมยังมีกุ้งและปูอีก ตัวอ้วนกว่าคราวก่อนมาก
