บนพืชพรรณสูงใหญ่ในป่ามีน้ำขังสะสมอยู่พอสมควร พอลมพัดมา ก็โปรยปรายลงมาคล้ายฝนตกอีกครั้ง หญ้าที่สูงถึงเข่ายิ่งเปียกชื้นแฉะ และด้านล่างสุดยังมีแอ่งโคลนอยู่เป็นระยะๆ
โชคดีที่ลำธารอยู่ไม่ไกล ความตื่นเต้นที่จะได้จับปลาช่วยกลบความลำบากของสภาพแวดล้อมไปได้มาก พวกเขาพากันถอดรองเท้า พับขากางเกงขึ้น ไม่นานก็มาถึงจุดหมาย
ระดับน้ำในลำธารท่วมพ้นดงหญ้าสูงสองฝั่งขึ้นมาแล้ว กระแสน้ำไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก กระทบกับหินสีเขียวอมเทาในน้ำ เกิดเสียงดังซ่าๆ
ชะโงกหน้ามองลงไปในลำธาร แค่ด้วยตาเปล่าก็มองเห็นปลาและกุ้งตรงมุมอับได้
ไป๋เจ๋อเริ่มหาจุดที่เหมาะจะวางลอบ
ดงหญ้าในน้ำที่ขึ้นหนาทึบ ซอกหินขนาดใหญ่ จุดที่น้ำเชี่ยวไหลวน… เขาอาศัยความทรงจำเมื่อครั้งยังเด็กตามผู้ใหญ่ไปจับปลา และในที่สุดก็เลือกจุดได้หลายจุด
"ในลอบใส่เนื้อสับป่นหนึ่งก้อนกับผลไม้ตำละเอียด" ไป๋เจ๋อก้มตัวลงสาธิต "แล้วก็ทำแบบนี้ วางลอบในแนวนอน โดยหันปากออก"
"สุดท้ายก็ใช้เถาวัลย์มัดลอบติดกับหินใหญ่หรือพืชที่แข็งแรงข้างๆ"
ซีกับซิงถามด้วยความสงสัยว่า "แค่นี้ก็จับปลาได้แล้วหรือ"
"ก็น่าจะได้" ไป๋เจ๋อไม่กล้าพูดให้แน่นอนนัก แต่ก็พอมีความมั่นใจอยู่
ทุกคนฟังแล้วก็เริ่มจับคู่กัน วางลอบทีละอันตามที่เขาทำ
เพิ่งทำเสร็จ ซีก็จ้องเขม็งไปที่ลอบแล้วถามอย่างคาดหวังว่า "เมื่อไหร่ปลาถึงจะมาล่ะ"
"พวกเรายังอยู่ที่นี่ ปลาไม่กล้ามาหรอก" ไป๋เจ๋อพูดยิ้มๆ "ต้องรอสักพักหนึ่ง ตอนบ่ายค่อยมาเก็บลอบ"
หางตาเหลือบเห็นหอยกาบใต้ท้องน้ำ ไป๋เจ๋อดีใจขึ้นมาในใจ ที่บ้านมีพริกพอดีเลย เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอามาผัดเนื้อหอย
