เจว๋ยถือชามด้วยมือข้างเดียว ตักไข่ตุ๋นเข้าปากคำหนึ่ง เนื้อนุ่มลื่นละมุนลิ้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ และรสสัมผัสก็แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร
“อร่อยมาก” เจว๋ยไม่ถนัดแสดงอารมณ์ตรงไปตรงมาเหมือนซี แต่แววตาประหลาดใจนั้นปิดไม่มิด
ดวงตาของม่อก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย อาหารชนิดนี้แทบไม่ต้องเคี้ยวด้วยซ้ำ ก็ไหลลงคอไปอย่างง่ายดาย
ไป๋เจ๋อเห็นปฏิกิริยาของสองพ่อลูกแล้วก็ขำ มือข้างหนึ่งเท้าคาง ชี้ให้ดู “ยังมีอาหารอื่นอีกนะ”
ม่อกับเจว๋ยสังเกตเห็นจานหอมป่าผัดเนื้อตั้งแต่แรกแล้ว ได้ยินดังนั้นก็ยื่นตะเกียบออกไปทันที กินจนมุมปากมันวาว หอมชวนน้ำลายสอ
เนื้ออสูรร้องมอที่หมักด้วยต้นหอมกับขิงก็อร่อยไม่แพ้กัน ชิ้นหนาใหญ่ ด้านนอกเกรียมหอมเล็กน้อย ด้านในนุ่มสุด ๆ กัดเข้าไปคำเดียวก็ฟินสุดใจ
ไป๋เจ๋อกินไข่ตุ๋นหมดหนึ่งชาม แล้วตามด้วยเนื้อผัดอีกหน่อยก็อิ่มแล้ว เขาจึงนั่งข้างกองไฟ อาศัยไออุ่นที่ยังหลงเหลือแทะแอปเปิล
ม่อขมวดคิ้ว วางตะเกียบ “เจ้า...ป่วยหรือเปล่า”
เจว๋ยก็หยุดมือ สีหน้ากังวลมองไป๋เจ๋อ
“หืม” ไป๋เจ๋อเงยหน้า ปากยังเคี้ยวแอปเปิลอยู่
ม่อสีหน้าจริงจัง “เจ้ากินน้อยมาก”
ปริมาณการกินของมนุษย์กึ่งสัตว์แม้จะเทียบมนุษย์สัตว์ไม่ได้ แต่ก็ไม่น้อยขนาดนี้ ในโลกนี้มีแต่คนป่วยหรือบาดเจ็บเท่านั้นที่กินอะไรไม่ลง
กินได้มากเท่าไหร่ ก็หมายถึงโอกาสรอดชีวิตมากเท่านั้น
