ม่อเดินเข้าไป ฉีกใบไม้ที่หุ้มอสูรร้องก้าบออกด้วยความคล่องแคล่ว ไขมันค่อย ๆ ไหลซึมตามนิ้วมือ กลิ่นหอมสดชื่นของใบไม้ผสมกับกลิ่นเนื้ออบอวลอยู่ในถ้ำจนเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
“วางตรงนี้ก็พอ” ไป๋เจ๋อหยิบใบไม้ใหญ่สองใบมาปูบนโต๊ะหิน ข้าง ๆ มีเนื้อย่างกวางกับแผ่นแป้งไข่ผักป่าวางอยู่
ม่อฉีกอสูรร้องก้าบออกเป็นชิ้น ๆ เนื้อนุ่มเปื่อยหลุดจากกระดูก น้ำซุปไหลเยิ้ม
ไป๋เจ๋อใช้ตะเกียบคีบขาอสูรร้องก้าบวางตรงหน้าเจว๋ย พลางยิ้ม “กินตอนร้อน ๆ”
ก้มลง ก็เห็นว่ามีขาอสูรร้องก้าบเพิ่มขึ้นมาตรงหน้าตนเอง ไป๋เจ๋อยิ้มน้อย ๆ “ขอบใจ”
ม่อเก็บตะเกียบกลับ ทำเป็นไม่สนใจคีบเนื้อกวางย่างที่เกรียมนอกนุ่มในขึ้นมา
“พรุ่งนี้ช่วยหักกิ่งไม้กับเถาวัลย์มาหน่อยได้ไหม” ไป๋เจ๋อว่า “กลางคืนหนาว ระยะนี้ลมยังแรงอีก ข้าอยากเอามาบังปากถ้ำ”
“อืม”
กินเสร็จ ม่อก็ล้างหม้ออย่างรู้หน้าที่ ยังไปตักน้ำมาเติมตุ่มหินที่ใกล้จะแห้งจนเต็มอีก
ไป๋เจ๋อกำลังจัดการกองไฟ
ม่อเห็นเขาเติมน้ำลงในหม้อ ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ไป๋เจ๋อว่า “ข้าอยากต้มน้ำร้อนอาบ”
ม่อลังเลครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปาก “ข้าจะไปแช่น้ำพุร้อนบนเขา พาเจ้าไปด้วยก็ได้”
“ดีเลย!” ไป๋เจ๋อรีบลุกขึ้นทันที “ข้าไปเอาชุดก่อน”
ม่อแปลงเป็นร่างสัตว์ ให้ไป๋เจ๋อกับเจว๋ยขี่บนหลัง
เสือดำกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับรัตติกาล พุ่งทะยานผ่านป่าเขา
