ม่อขมวดคิ้วแน่น เป็นห่วงอย่างที่สุด “ให้หมอผีผู้ยิ่งใหญ่ดูหน่อยเถอะ”
“เดี๋ยวข้ากินยาเองก็ได้”
เมื่อคืนออกฤทธิ์หนัก ตอนนี้ไข้ก็ขึ้นอีก พอไป๋เจ๋อลุกจากเตียงขาก็อ่อนแรง ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ม่อตาคมกริบรีบเข้าไปประคองเขาไว้ อุ้มคนออกไปข้างนอก
ผ่านระเบียง ไป๋เจ๋อเห็นเสื้อผ้าที่ม่อเพิ่งซัก หยดน้ำเปาะแปะ เขาเบือนหน้าหนี แทบอยากจะมุดหัวหลบ
ม่อก้มหน้าถาม “อึดอัดมากหรือ”
ไป๋เจ๋อเสียงเบามาก “เปล่า...”
ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ไป๋เจ๋อก็ซบหน้าลงกับแขน หมดแรงนอนตะแคงบนโต๊ะอาหาร ม่อเข้าไปอุ่นข้าวเช้าในครัว
เจว๋ยวางหนังสือภาพลง เดินมาปีนขึ้นเก้าอี้สูงข้าง ๆ เอื้อมมือแตะหน้าผากท่านพ่อ ใบหน้าน้อยขมวดเป็นปม “ท่านพ่อ ท่านไม่สบาย”
ไป๋เจ๋อฝืนยิ้มให้เด็กน้อย ใช้นิ้วเขี่ยปอยผมของเขา “อย่ากังวลไปเลย”
“กินยาแล้วก็จะหายเร็ว ๆ”
กับข้าวยกมาตั้งโต๊ะ ม่อกับเจว๋ยนั่งขนาบซ้ายขวาข้างไป๋เจ๋อ จ้องเขม็งไม่ละสายตา สีหน้าเคร่งขรึมสุดขีด
ไป๋เจ๋อหิวมาก แต่มองอาหารตรงหน้ากลับไม่อยากอาหารเท่าไหร่ ฝืนกินข้าวต้มไปครึ่งชามก็กินไม่ลงแล้ว
ม่อเจอยาที่เขาพูดถึงในลิ้นชัก เพราะได้รับอิทธิพลจากหมอผีผู้ยิ่งใหญ่ คนเผ่าเสือดาวดำต่างเชื่อมั่นว่า ยาที่มีกลิ่นแรงยิ่งออกฤทธิ์ดี ดังนั้นเมื่อเขาฉีกซองแล้วได้กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ของเม็ดยา ก็อดสงสัยไม่ได้ “อันนี้มันได้ผลหรือ”
