ผู้คนจากเผ่าแพนด้าแดงและเผ่าแร้ง ตอนนี้ลืมแผงขายของตัวเองไปหมดแล้ว พอลองชิมเนื้อตุ๋นเครื่องหอมแล้ว ก็แอบหันหลังกลับอย่างเนียนกริบ ดูดนิ้วมือที่ยังมีน้ำซอสเคลือบอยู่ด้วยความอาลัยอาวรณ์
ซี แม้จะถูกไป๋เจ๋อป้อนของกินให้บ่อยครั้ง จนได้ลิ้มรสอาหารเลิศรสนานาชนิด แต่ก็ไม่ลืมชาติกำเนิด รู้สึกเห็นใจเสี่ยวกวงโถวที่ถือเนื้อตุ๋นแทะอยู่ตรงหน้ามาก ยังใจดีตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่มาให้ บอกให้เขาค่อย ๆ กิน
อาหารสำหรับผู้คนในโลกนี้ ช่างมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งนัก โดยเฉพาะเนื้อตุ๋นเครื่องหอมแบบนี้ กลิ่นหอมเข้มข้น สีสันสดใสน่ากิน วางเรียงกันเป็นชิ้นโต ๆ ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องหยุดเดิน ยิ่งเป็นคนที่ยุ่งมาค่อนวันยังไม่ได้กินข้าวด้วยแล้ว
เหยียนกับคุนนั่งยองอยู่ตรงมุมด้านหลัง กินกันจนปากเลอะน้ำมัน กำลังจะหยิบชิ้นต่อไป ม่อก็เดินเข้าไปยื่นมือบีบต้นคอทั้งสองคน “หยุดกิน”
เหยียนพยายามดิ้นรน “ทำไมไม่ให้คนกินข้าวอีก นี่นายก็ใจร้ายเกินไปแล้วนะ”
คุนพึมพำ “ท้องเรายังแฟ่บอยู่เลย”
ม่อออกแรงที่มือมากขึ้น “รอให้พวกแกกินอิ่ม ของในหม้อจะเหลืออีกไหม”
“คำเดียว ขออีกคำสุดท้าย” คุนขยับตัวปัดป่ายไปที่หม้อ พลางแก้ตัวให้พฤติกรรมของทั้งคู่ “นายไม่เข้าใจหรอก คนอื่นเห็นเรากินอร่อยขนาดนั้น ต้องดึงดูดให้เข้ามาแน่ ๆ”
เหยียนรีบสมทบ “ใช่ ใช่ นี่มันกลยุทธ์นะ”
ม่อจัดการลากทั้งสองคนลุกขึ้นมาตามแรง แล้วหั่นเนื้อตุ๋นเป็นชิ้นเล็ก ๆ หลายจานตามที่ไป๋เจ๋อสั่ง เตรียมยกไปให้ลูกค้าชิม
เหยียน คุน และเฉินพอเห็นดังนั้นก็รีบรับงานนี้ไปทันที หมุนเวียนอยู่ในฝูงชน เดินพลางแนะนำไปพลาง
