สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายจนฟ้ามืด เมื่อม่อกางร่มกลับมายังที่พัก ไป๋เจ๋อก็ทำอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว
หน่อไม้ฤดูใบไม้ผลิอบน้ำมัน เซียงชุนผสมเต้าหู้ ซุปมะเขือเทศใส่ชิ้นปลา แล้วยังมีขนมเปาะเปี๊ยะอบที่เพิ่งออกจากเตาอีกตั้งเล็ก ๆ
ช่วงนี้วัตถุดิบมีมาก อีกทั้งวันฝนตกก็ไม่ได้ออกไปไหน ไป๋เจ๋อจึงใช้เวลาอยู่บ้านปรุงอาหารหลากหลายเมนูเพื่อฆ่าเวลา บางครั้งก็คิดค้นเมนูใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วย ยังไงเสีย ต่อให้รสชาติจะแปลกประหลาดแค่ไหน ม่อกับเจว๋ยก็รับได้ทั้งนั้น
บนโต๊ะอาหาร ม่อเล่าเรื่องที่วันนี้ได้เจอหลีให้ไป๋เจ๋อฟัง
หลังจากไม่ได้เจอกันสองวัน เดิมทีไป๋เจ๋อก็อยากไปเยี่ยมซิงอยู่แล้ว เมื่อได้ยินดังนั้นก็อดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้
แม้ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์อะไรนัก เพราะตอนนั้นเจว๋ยเอาแต่เชื่อฟัง ไม่เคยทำให้เขาต้องลำบากเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะท้องน้อยที่เริ่มนูนขึ้นมา เขาเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีลูก
แต่ในโลกปัจจุบันที่มีแพลตฟอร์มข้อมูลมากมาย ไป๋เจ๋อก็พอจะรู้มาบ้างว่า บางรายมีอาการแพ้หนักถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล ผู้ใหญ่อย่างเราก็พลอยลำบากไปด้วย
ดังนั้น เช้าวันรุ่งขึ้น ไป๋เจ๋อจึงเริ่มลงมือเตรียมของที่เตาไฟ ม่อต้องออกไปข้างนอก ส่วนเจว๋ยกับซีก็กลายมาเป็นลูกมือตัวน้อยของเขา
ไป๋เจ๋อให้เด็กทั้งสองไปช่วยรีดน้ำนมอสูรร้องมอ
บางทีอาจเป็นเพราะสัตว์รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์สัตว์ อสูรร้องมอไม่เพียงแต่จะนิ่งสนิทต่อหน้าม่อ ยังทำตัวเรียบร้อยยามอยู่กับซีและเจว๋ยอีกด้วย
