วันนั้นม่อกับเจว๋ยกินข้าวเย็นเสร็จ ก็นั่งยองข้างตะกร้า ถือมีดกระดูก ผ่าผลปี้ลี่กั่วทีละลูก แล้วคว้านเมล็ดข้างในออกมา ตอนนี้ตากแห้งหมดแล้ว
อากาศร้อน ตื่นเช้ามาม่อจะต้มน้ำเดือดหม้อใหญ่ไว้ก่อน พอเย็นแล้วก็เทใส่ไหดินเผา เก็บไว้ดื่มตอนกลางวัน
ไป๋เจ๋อล้างเมล็ดผลไม้ให้สะอาด ห่อไว้แล้วใส่ลงในน้ำเย็น แช่ไว้แล้วขยำ พักทิ้งไว้ให้แข็งตัว ก็กลายเป็นวุ้นน้ำแข็งสีขาวอมเหลือง
ใส่ก้อนน้ำตาลทรายแดงลงหม้อ เติมน้ำ เคี่ยวจนเป็นน้ำเชื่อมข้นนิดหน่อย หั่นผลไม้เป็นเต๋าเล็ก คลุกกับวุ้นน้ำแข็ง เย็นชื่นใจแถมแก้ร้อนใน
ม่อพาเจว๋ยออกไปล่าสัตว์แล้ว ไป๋เจ๋อขนวุ้นน้ำแข็งที่ทำเสร็จขึ้นเกวียนสองล้อ แล้วปิดประตู
ทุกคนทำงานกันในทุ่งนา เขาก็ควรทำอะไรสักอย่าง
เจ้าอสูรร้องมอตัวน้อยตอนนี้เรียนรู้วิธีลากเกวียนแล้ว ก้มหัวยื่นเข้าไปในบ่วงเชือกเอง ไป๋เจ๋อปรับความแน่นหลวมเรียบร้อยแล้ว ลูบหัวต้านตั้น บอกว่า "ไปกันเถอะ"
พอกิ่งใบหนาทึบบนหัวเริ่มโปร่ง แสงแดดจ้าก็ส่องมาตรง ๆ อากาศเหมือนคลื่นความร้อนที่พลุ่งพล่าน อบอ้าวจนหายใจไม่ออก ทุกสิ่งรอบตัวเหี่ยวเฉาไร้เรี่ยวแรง
ไป๋เจ๋อสวมหมวกฟาง หน้าก็ยังแดงร้อน เหงื่อไหลลงมาตามหน้าผากไม่หยุด เสื้อแนบติดแผ่นหลังแพ เป็นระยะ ๆ ก็ต้องดึงออก
คนที่นั่งพักใต้ต้นไม้เห็นเขาก็พากันเดินเข้ามา "ไป๋เจ๋อ เจ้ามาได้อย่างไรกัน"
"นี่ บนเกวียนคืออะไรน่ะ"
