เจามองซื่อด้วยแววตายิ้มกริ่ม การเคลื่อนไหวของมือยังคงเป็นปกติเช่นเคย แถมยังยกมือเท้าคางพูดหยอกล้ออย่างสบายอารมณ์ว่า “วันนี้อาหารใช้ได้ทีเดียวนะ”
“ฝีมือดีขึ้นด้วย”
สีหน้าของซื่อดูไม่ค่อยสงบนิ่งนัก หรือไม่ก็เขาไม่ถนัดซ่อนอารมณ์ของตัวเอง ตลอดเวลาไม่เคยสบตาเจาเลย แม้แต่ตอนหยิบถ้วยตะเกียบก็ยังดูเก้กังเล็กน้อย
นั่งลงได้ไม่นานก็ลุกขึ้นไปจัดสมุนไพรต่างๆ บนชั้น
เนื่องจากมีกระต่ายหยา ถ้ำจึงไม่รกเหมือนแต่ก่อน แต่ซื่อก็จับนั่นแตะนี่ทำเป็นยุ่งวุ่นวายไปหมด
“ท่านซื่อ ไม่กินแล้วหรือ” กระต่ายหยาถาม
ตอนแรกเขาค่อนข้างกลัวมนุษย์สัตว์ตนนี้ เพราะตัวสูงใหญ่ เวลาไม่ยิ้มก็ดูดุไปหน่อย
แต่พออยู่ด้วยกันสองวันนี้ กระต่ายหยารู้สึกว่าซื่อเป็นมนุษย์สัตว์ที่ขยันมาก ทุกวันเข้าประตูมาก็ทำงาน อาหารที่ทำก็ใช้ได้
“ข้ากินอิ่มแล้ว พวกเจ้ากินเถอะ” ซื่อพูดพลางมือก็ยังไม่หยุดจัดของ
ตอนกินข้าวเจาเงียบมาก เพียงแต่ดวงตาคู่นั้นที่ราวกับน้ำใสในฤดูใบไม้ร่วง จับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังยุ่งๆ ของซื่อตลอดเวลา
กระต่ายหยามองซ้ายมองขวา จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างประหลาดชอบกล
หิมะตกสองวันแล้ว โชคดีที่ไม่หนักมาก แค่ท่วมข้อเท้าเท่านั้น ชั่วพริบตาดวงอาทิตย์ก็โผล่ออกมาจากก้อนเมฆ
คนในเผ่ายังรอพวกเขาอยู่ กระต่ายเว่ยไม่อยากรั้งรอมากเกินไป กล่าวขอบคุณหัวหน้าเผ่าเสือดำแล้วก็เตรียมพากระต่ายหยากับพวกกลับ
