เหยียนคืนร่างสัตว์ในพริบตา ก่อนจะพุ่งพรวดหายลับไปไกล ลมยามเย็นหอบใบไม้ร่วงปลิวว่อน ในสายตาเหลือเพียงก้อนดำที่เร็วเสียจนแทบเห็นเป็นเงา
ม่อรับจานจากมือไป๋เจ๋อ เดินเข้าไปในถ้ำ ตักไข่ผัดที่เพิ่งทำเสร็จใส่จาน แล้วตักผลไม้ต้มขึ้นมาใส่ชาม ก่อนเร่งว่า “รีบกินเข้า เดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก”
ไป๋เจ๋อเงยหน้าขึ้นถามอย่างไร้เดียงสา “ไม่รอพี่ชายคนนั้นก่อนหรือ?”
ม่อมีสีหน้าไม่พอใจ “เจ้าเรียกเขาว่าพี่ชายทำไม?”
ไป๋เจ๋อไม่เข้าใจ “เขาดูโตกว่าข้า แถมยังตัวสูงกว่าด้วยนี่นา”
ม่อถามย้อน “ถ้าอย่างนั้นใครที่สูงกว่าและโตกว่าเจ้า เจ้าก็ต้องเรียกพี่ชายหมดเลยหรือ?”
ไป๋เจ๋อพยักหน้าแล้วส่ายหน้า “ก็ไม่เชิง บางคนเรียกอา บางคนเรียกลุง บางคนเรียกคุณปู่…ยังมีพี่สาว น้า อาสะใภ้ คุณย่า…”
ม่อรู้สึกว่าเขาเริ่มพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว จึงหยิบผลไม้ยัดใส่ปากเด็กน้อย “กินข้าวของเจ้าไป”
ไป๋เจ๋อรีบใช้มือประคองผลไม้ เคี้ยวไปพูดอู้อี้ไปว่า “พี่ชายคนนั้นจะมาเมื่อไรหรือ?”
ม่อแค่นเสียง “เจ้าอยากให้เขามามากนักหรือ?”
“หืม?” ไป๋เจ๋อกะพริบตาปริบ ๆ “เขาเป็นเพื่อนสนิทของพี่ชายไม่ใช่หรือ? เพื่อนสนิทของพี่ชายก็เป็นเพื่อนสนิทของข้าด้วยสิ”
ม่อพูดเสียงไม่เป็นมิตร “เขามีชื่อของตัวเอง”
“อย่าเรียกเขาว่าพี่ชาย”
ไป๋เจ๋อรู้สึกแปลกใจ “ทำไมล่ะ?”
ม่อดูไม่ค่อยสบอารมณ์ “ไม่มีเหตุผล”
ไป๋เจ๋อลังเล “แบบนี้…จะไม่ค่อยดีหรือเปล่า?”
