ยามเช้าตรู่ ถนนในย่านเมืองเก่าปานามาซึ่งชาวจีนอาศัยอยู่กันหนาแน่นยังอบอวลด้วยไอทะเลร้อนชื้น
ถนนสายนี้คึกคักมาก
ร้านตัดผม ร้านตัดเสื้อ ร้านยาจีน และบ่อนพนันเรียงรายติดกัน
บนกำแพงมีประกาศภาษาจีนที่สีซีดจางติดอยู่เป็นระยะ บางครั้งก็ได้ยินสำเนียงบ้านเกิดที่เจือกลิ่นอายภาษากวางตุ้ง
เฉินเต๋อกุ้ยสั่งให้ลูกจ้างถอดแผ่นไม้ที่ปิดประตูหน้าร้านออก
ร้านเปิดแล้ว
ไม่นาน ลูกจ้างก็จัดสินค้าบนชั้นในร้านขายของชำจนเต็มเอี้ยด
ตั้งแต่น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู เข็ม ด้าย ของใช้จิปาถะ ไปจนถึงสินค้าจำเป็นในยุคนี้อย่างอาหารกระป๋องกับไม้ขีดไฟ รวมทั้งใบชาและพริกแห้งที่ขนส่งอ้อมมาจากบ้านเกิด ล้วนมีครบครัน
บนเคาน์เตอร์มีตราชั่งแบบเก่าวางอยู่
ร้านนี้ดูไม่สะดุดตา ทว่าหลังจากเฉินเต๋อกุ้ยเข้ามารับช่วงต่อ กลับกลายเป็นหนึ่งในร้านที่ทำกำไรได้มากที่สุดบนถนนทั้งสาย
ไม่ใช่เพราะเฉินเต๋อกุ้ยทำธุรกิจเก่งกาจอะไร แต่เป็นเพราะเขาใจกล้า
สินค้าที่คนอื่นไม่กล้าแตะ เขากล้าแตะ
พวกเศรษฐีที่เข้าออกบ่อนพนันกับหอนางโลมในเมืองเก่าอยากได้สินค้าอะไรมากที่สุด?
ไม่ใช่อาหารกระป๋อง และไม่ใช่บุหรี่
แต่เป็นฝิ่นกับกัญชา
ก่อนหน้านี้ หลินเจิ้นปังไม่เคยแตะต้องของพวกนี้เลย
อย่างแรก เขาเคยถูกมันทำร้ายจนเจ็บปวดไม่น้อย พ่อของเขาติดฝิ่นจนบ้านแตกสาแหรกขาด ทำให้เขาจำต้องจากบ้านเกิดไปแสวงหาชีวิตในต่างแดน
อย่างที่สอง คนทั่วไปไม่กล้าแตะต้องสิ่งนี้เลย
แม้ปานามาจะควบคุมของพวกนี้ไม่เข้มงวด และฝิ่นที่นี่ก็แพร่หลายมาก
แต่สินค้าที่ทำเงินได้แบบนี้ คนธรรมดาไม่มีทางได้ส่วนแบ่ง
