เฉินเต๋อกุ้ยมองชาวพื้นเมืองสองสามคนที่วิ่งหนีไป แล้วหันไปมองชายผิวขาวสองสามคนที่จู่ ๆ ก็โผล่มาตรงประตู แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าคนพวกนี้ล้วนเป็นคนที่เขาไม่ควรไปหาเรื่อง
เมื่อเผชิญหน้ากับคนจากเขตคลอง เฉินเต๋อกุ้ยไม่กล้าพูดจาข่มขู่แม้แต่คำเดียว
ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังฟังภาษาสเปนกับภาษาอังกฤษไม่ออกก็จริง แต่ไม่ได้ตาบอด
แก๊งอันธพาลท้องถิ่นที่ปกติไม่เคยกลัวใคร พออยู่ต่อหน้าคนกลุ่มนี้กลับไม่กล้าพูดมาก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเจอคนที่ไม่ควรไปแหย่เข้าแล้ว
ลูกน้องสองสามคนสบตากัน ไม่มีใครพูดอะไร แต่เท้าต่างขยับถอยหลัง
คนที่อายุน้อยที่สุดเริ่มมือสั่น ส่วนอีกคนที่ปกติกร่างที่สุดในร้าน ตอนนี้กลับหลบอยู่หลังฝูงชน อยากทำตัวให้หายไปจากตรงนั้นเสีย
เฉินเต๋อกุ้ยเข้าใจแล้วว่า เมื่อทหารอเมริกันกลุ่มนี้ยืนอยู่ตรงนี้ วันนี้คงไม่มีทางพาหลินอวี่ถังไปได้
แต่จะเดินจากไปทั้งอย่างนี้หรือ?
เขาไม่ยอม แม่สาวนั่นเตะเขาไปทีหนึ่ง จนถึงตอนนี้เขายังเจ็บอยู่
ถึงกับสงสัยว่าลูกเตะนั้นจะทำให้เขาหมดสภาพไปเลยหรือเปล่า
แค้นนี้จะไม่เอาคืนได้อย่างไร?
เขาจะต้องจับตัวนางกลับไป แล้วจัดการให้สาสม
ถึงทหารอเมริกันพวกนี้จะชอบสอดมือยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่คงแค่คึกคะนองขึ้นมาชั่วครู่ พอพวกเขาไปแล้ว หลินอวี่ถังก็หนีไม่พ้นอยู่ดี
คิดได้ดังนั้น เฉินเต๋อกุ้ยก็กัดฟัน ตะโกนใส่หลินอวี่ถังเป็นภาษากวางตุ้งว่า “นังเด็กเวร วันนี้หนีไปได้ พรุ่งนี้ก็หนีไม่รอดหรอก แม่กับน้องชายแกยังอยู่ในมือฉัน ถ้าแกกล้าหนี พอกลับไปฉันจะขายพวกเขาทิ้ง!”
เจ้าของร้านชาวกรีกยืนอยู่ข้างโอมอลลีย์ แม้จะฟังภาษากวางตุ้งไม่รู้เรื่อง แต่ทำธุรกิจอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีจนกลายเป็นคนเจนจัด
