เซี่ยเฉินอวี๋พาเฉิงอี้อีไปพบปะผู้คนจากตระกูลใหญ่หลายตระกูลทีละคน
นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวตนของเฉิงอี้อีแล้ว ยังเพื่อให้เธอได้ทำความคุ้นเคยกับคนจากตระกูลอื่นด้วย
พูดง่าย ๆ ก็คือไปให้คนเห็นหน้า
หากต่อไปเฉิงอี้อีเข้าไปพัวพันกับปัญหาอะไรเข้า ตระกูลอื่นก็จะยอมยื่นมือช่วยเพราะเห็นแก่หน้าตระกูลเสิ่น
ตระกูลเซียว ตระกูลจี และตระกูลเย่ต่างก็ส่งคนมา
จะแนะนำทีละคนก็ยุ่งยากเกินไป แถมยังดูเหมือนเขียนถ่วงความยาวอีกด้วย ข้าจึงขอเล่ารวบรัดแล้วกัน
แต่มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับตระกูลเย่ที่ควรกล่าวถึง
ตระกูลนี้มีประวัติยาวนานที่สุด สืบทอดวิชาแพทย์กันมาหลายชั่วอายุคน
ด้วยความพิเศษของอาชีพนี้ พวกเขาจึงไม่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามธุรกิจระหว่างห้าตระกูลใหญ่
อีกสี่ตระกูลต่างก็อยากผูกมิตรกับตระกูลเย่
อย่างไรเสีย พวกเขาก็ไม่กล้ารับประกันว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่เจ็บป่วย
แล้วถ้าวันหนึ่งเกิดป่วยหนักขึ้นมาล่ะ?
เทคโนโลยีทางการแพทย์ของตระกูลเย่ถือเป็นหนึ่งเดียวในโลก หากทำให้ความสัมพันธ์กับตระกูลนี้แย่ลง ต่อให้คุกเข่าขอร้องก็ยังเข้าไปในห้องผ่าตัดไม่ได้
ถึงตอนนั้นตายไปก็ไม่มีที่ให้ร้องขอความเป็นธรรม!
ด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลเย่จึงมีทรัพย์สินน้อยที่สุดในบรรดาห้าตระกูลใหญ่
พูดกันตามตรง รักษาคนจะทำเงินได้สักเท่าไรกันเชียว?
เว้นเสียแต่จะผูกขาด หรือขึ้นค่ารักษาอย่างไร้จริยธรรม กระทั่งหลอกคนไข้ให้ตรวจที่ไม่จำเป็น หรือปกปิดความจริงเกี่ยวกับอาการป่วยอะไรทำนองนั้น
แต่ตระกูลเย่มีคำสอนประจำตระกูลว่า
ต้องสืบทอดวิชาแพทย์ต่อไปทุกรุ่น ทั้งแพทย์แผนจีนและแพทย์แผนตะวันตก
