“ในข่าวไม่ได้บอกหรือไงว่าคุณหนูตัวจริงของตระกูลเสิ่นเป็นสาวบ้านนอกหน้าตามอมแมม? ทำไมถึงผิวขาวสวยขนาดนี้ล่ะ?!”
“ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ฉันใช้มาตั้งหลายปีเสียเปล่าหมดแล้ว ฮือ ๆ …”
“พวก คืนนี้ฉันไม่อยากไปดื่มเหล้ากับนายแล้ว ฉันอยากมองคุณหนูตระกูลเสิ่นคนนั้นอีกหน่อย…”
“เอาเถอะ ดูสารรูปแกสิ นี่ไม่ใช่คางคกหมายจะกินเนื้อหงส์หรอก แต่เป็นไอ้ที่อยู่ในคูน้ำริอ่านหมายปองหงส์บนฟ้าเลยต่างหาก”
“ให้ตายสิ ด่าฉันแล้วยังคล้องจองอีกเหรอ?! ปกติเวลาพูดทำไมไม่มีพรสวรรค์แบบนี้บ้างล่ะ?”
……
เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถง ภายใต้การนำทางของพ่อบ้าน เฉิงอี้อีก็ได้พบกับพ่อแม่แท้ ๆ และพี่ชายทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้เสิ่นซิงเหยาแต่งตัวเป็นทางการมาก ท่าทางเหลวไหลไม่เอาไหนบนตัวหายไปจนหมด แทนที่ด้วยภาพลักษณ์เย็นชาและสูงส่งราวกับไม่อาจล่วงเกิน
แม้แต่เส้นผมที่ปกติยุ่งเหยิงอยู่บ้างก็ได้รับการจัดแต่งอย่างประณีต ไม่ว่าหญิงสาวคนไหนได้เห็นก็คงรู้สึกว่าเขาเป็นคุณชายสูงศักดิ์ที่ไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องทางโลก
ส่วนเสิ่นจิงเฉินนั้นยิ่งดูสง่างามและสุขุม
แม้คำนี้จะใช้กับเด็กผู้ชายแล้วฟังดูไม่ค่อยเหมาะนัก แต่ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
เสิ่นจิงเฉินมีใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา แววตาคมกริบ อีกทั้งยังเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง ถึงขั้นปรากฏตัวในสื่อข่าวด้วย
จึงทำให้เขาใส่ใจภาพลักษณ์ของตัวเองมากเมื่ออยู่ข้างนอก มองไม่เห็นความหยาบกระด้างบนตัวแม้แต่น้อย
“อี้อี้กับอันเยว่กันมาแล้วเหรอ~” คนแรกที่สังเกตเห็นพวกเธอคือเซี่ยเฉินอวี๋
