“หลายปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเห็นเธอเรียกเพื่อนวัยเดียวกันว่าพี่สาว ความสัมพันธ์ของพวกเธอไม่ธรรมดาเลยนะ...”
จ้าวชิงอวี่คล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงรีบเดินไปหยุดข้างเฉิงอี้อี แล้วมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพินิจ
หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถามว่า “เธอเป็นคุณหนูตัวจริงของตระกูลเสิ่นหรือ?”
“คุณรู้จักฉันด้วยเหรอ?” เฉิงอี้อีไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเดาตัวตนของเธอได้เร็วขนาดนี้
ตามเหตุผลแล้ว ข้อมูลของเธอไม่น่ารั่วไหลออกไปนี่นา
“ไม่รู้จักหรอก” จ้าวชิงอวี่กางมือแล้วยักไหล่ “แต่คนที่เสิ่นอันเยว่เรียกว่าพี่สาวได้ ก็คงมีแต่คุณหนูตัวจริงกระมัง”
“ถึงอย่างไร ตั้งแต่เด็กจนโต เธอก็เรียกคนอื่นด้วยชื่อมาตลอด ไม่เคยใช้คำเรียกสนิทสนมแบบนี้มาก่อน”
เรื่องที่เสิ่นอันเยว่ไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลเสิ่นยังไม่ถึงขั้นถูกสื่อประโคมข่าวอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงที่ปิดบังไว้ได้เพียงครึ่งเดียว แต่ตระกูลอื่น ๆ ก็พอจะรู้เรื่องวงในอยู่บ้าง
ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าปั่นกระแส
อย่างไรเสีย ตอนนี้ตระกูลเสิ่นก็เป็นหนึ่งในตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในปักกิ่งแล้ว
ส่วนที่จ้าวชิงอวี่รู้เรื่องนี้ ก็เพราะตระกูลจ้าวกับตระกูลเสิ่นสนิทสนมกันมานาน แถมยังร่วมมือกันทำธุรกิจหลายอย่าง
ส่วนสาเหตุที่สองตระกูลสนิทกันน่ะหรือ...
ก็เพราะตั้งแต่เริ่มรู้ความ จ้าวชิงอวี่ก็อ้อนวอนพ่อแม่ให้ทำธุรกิจกับตระกูลเสิ่น เพื่อจะได้เจอเสิ่นอันเยว่บ่อย ๆ
ถึงจะถูกปฏิเสธมาหลายครั้งแล้ว แต่สำหรับเขา ตราบใดที่เสิ่นอันเยว่ยังไม่คบใคร เขาก็ยังมีโอกาส!
ถูกปฏิเสธแล้วจะทำไม?
ฉันจะตามตื๊อ ฉันเต็มใจ!
แม้ในสายตาคนนอก จ้าวชิงอวี่จะคอยยื่นหน้าเข้าไปให้เขาเมินอยู่เสมอ แต่เจ้าตัวกลับมีความสุขกับมัน
