“ขอโทษนะ ขอโทษ...”
เสิ่นอันเยว่พร่ำขอโทษไม่หยุด ความรู้สึกผิดในใจพรั่งพรูออกมาอย่างเต็มที่
หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม หยดลงบนมือของเฉิงอี้อี
“ฉันเป็นขโมย ฉัน...”
“พอแล้วน่า~” เสิ่นอันเยว่รู้สึกว่าร่างเอนวูบ ก่อนจะถูกเฉิงอี้อีดึงเข้าไปกอดไว้แนบอกอย่างไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน
เธอรีบกลั้นน้ำตาไว้ ไม่อยากให้เปียกเสื้อของเฉิงอี้อี
“เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้น!” น้ำเสียงของเฉิงอี้อีแฝงความเอาแต่ใจอยู่เล็กน้อย “เรื่องนี้แม้แต่ฉันยังไม่ถือสา เธอก็ไม่ต้องรู้สึกผิดกับฉันหรอก”
“อีกอย่าง ฉันเป็นพี่สาว การตามใจน้องสาวก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว!”
“อือ...” เสิ่นอันเยว่เลื่อนมือผ่านเอวของเฉิงอี้อีไปโอบแผ่นหลัง “พี่สาว...”
ชั่วขณะนั้นเธอไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่สะอื้นไม่หยุด พยายามข่มความอยากร้องไห้เอาไว้
เฉิงอี้อีกอดเสิ่นอันเยว่ไว้ พลางรู้สึกเอ็นดูเจ้าตัวเล็กขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ
เสิ่นอันเยว่หอมมาก ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมหรือเครื่องประทินผิวราคาแพง แต่เป็นกลิ่นกายที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
นุ่มนิ่มเหมือนนิสัยของเธอไม่มีผิด
เฉิงอี้อีไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าสักวันตัวเองจะต้องมาปลอบเด็กผู้หญิงด้วยกัน...
เธอหยิบกระดาษทิชชูออกมา ค่อย ๆ ซับคราบน้ำตาบนใบหน้าของเสิ่นอันเยว่ จนโฉมงามเลอค่าคู่นั้นกลับมาสดใสอีกครั้ง
“แต่ละคนต่างก็มีสิ่งที่ปรารถนาในชีวิตไม่เหมือนกัน”
“สำหรับฉันแล้ว เงินทองไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”
“อย่างคุณพ่อคุณแม่ของตระกูลเสิ่น หรือก็คือพ่อแม่ของเธอไง”
