หลี่จิ้นกับฮอปสบตากัน ต่างเห็นความประหลาดใจแบบเดียวกันในแววตาของอีกฝ่าย
“ให้ตายเถอะ ฉันรู้ว่าเธอเป็นสิ่งมีชีวิต แต่เพิ่งเคยได้ยินเธอพูดเป็นครั้งแรก”
ฮอปเกาศีรษะล้านอย่างเสียดาย ของสวมใส่ที่มีจิตสำนึกและพูดได้ แค่คุณสมบัตินี้อย่างเดียวก็มีค่าหลายร้อยเหรียญทองแล้ว
คราวนี้เขาขาดทุนยับเยินจริง ๆ
ดวงตาบนตัวปืนจ้องหลี่จิ้นเขม็ง ตัณหาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า
“นายท่าน กระสุนแบบไหนก็ยัดเข้าปากฉันได้หมดเลยนะ~”
พูดจบ ปากตรงปากกระบอกปืนก็อ้าออกเล็กน้อย ราวกับกำลังบอกให้หลี่จิ้นบรรจุกระสุน
ฮอปมองหลี่จิ้นที่กะพริบตาปริบ ๆ แล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนหยิบถุงหนังสองใบจากชั้นวางด้านหลัง
ใบหนึ่งบรรจุดินปืน อีกใบเป็นกระสุนตะกั่ว
“เห็นแก่เกราะหนังกับไม้เท้าพวกนั้น ฉันแถมให้สองถุงก็แล้วกัน ยังไงของพวกนี้ก็ไม่ได้มีราคาอะไร”
หลี่จิ้นยัดกระสุนเข้าไปในปากกระบอกปืน ปากเล็ก ๆ นั้นขยับเร็วจี๋ รับทุกอย่างที่ป้อนให้ราวกับเป็นหลุมไร้ก้น
“...31, 32, 33!”
หลังบรรจุกระสุนตะกั่วเม็ดที่ 33 เสร็จ ตัณหาถึงเลียริมฝีปาก แสดงว่าบรรจุเต็มแล้ว
เมื่อเทียบกับปืนคาบศิลาทั่วไปที่ยิงได้ครั้งเดียวก็ต้องบรรจุกระสุนใหม่ ความจุกระสุนของตัณหาแทบไม่ต่างจากอาวุธปืนสมัยใหม่
“คุณตัณหา... กระสุนใหญ่แค่ไหนก็ใส่ได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไม่เสมอไปหรอกนะ ต้องดูน้ำหนักกับขนาดของกระสุนด้วย คุณภาพก็สำคัญเหมือนกัน ยิ่งกระสุนทรงพลังก็ยิ่งเป็นภาระกับฉันมากขึ้น แต่ถ้านายท่านป้อนฉันให้มากกว่านี้ ฉันก็ยัดเพิ่มได้อีกนิดหน่อยนะ~”
พูดจบ ตัณหาก็ดูดค่าความมีสติของหลี่จิ้นไป 1 แต้ม แล้วบรรจุกระสุนเพิ่มอีก 2 นัด
เมื่อมองดวงตาคู่งามเย้ายวน หลี่จิ้นก็นึกถึงคำอธิบายของระบบเกี่ยวกับตัณหาขึ้นมาได้ทันที
