หลังส่งข้อความหาซานชีแล้ว อันหรานก็ส่งข้อความหาหนิงเหมยด้วย “อีกไม่กี่วันฉันจะเช่ารถบรรทุกไปขุดมันเทศ เธอจะไปด้วยไหม?”
หนิงเหมยตอบกลับทันที “ไปสิ อันหราน น้องสาว ขาหายดีแล้วหรือ?”
“เกือบหายแล้ว เดินได้ แต่ถ้าต้องเดินทางไกลนาน ๆ ก็ยังลำบากอยู่หน่อย”
“ดีแล้ว! แล้วน้องสาวจะไปขุดมันเทศเมื่อไหร่? ฉันจะให้สามีไปด้วย”
“อีกสามวันแล้วกัน ถึงตอนนั้นฉันจะแจ้งเธอกับซานชี”
“ได้!”
หลังนัดเวลากับพวกเธอเรียบร้อย อันหรานก็ปิดอุปกรณ์สื่อสาร หยิบไม้ไผ่มาผูกค้างให้มะเขือเทศกับถั่วฝักยาว
ผูกค้างเสร็จ ของใช้ในชีวิตประจำวันกับข้าวสารที่สั่งทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงถังไม้ใบใหญ่หลายใบก็มาส่งพอดี
อันหรานนำของในถุงหนังสัตว์ออกมาทั้งหมด แล้วเก็บถังไม้หลายใบเข้าไปแทน จากนั้นลงไปขุดดิน
เดินไปได้ราว 1 กิโลเมตร เธอก็มาถึงป่าเลียบแม่น้ำแห่งหนึ่ง ก่อนจะเสาะหาดินที่เหมาะสมท่ามกลางพืชกลายพันธุ์ซึ่งขึ้นอยู่เต็มพื้นที่
ยิ่งเข้าไปลึก ดินก็ยิ่งอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังมีใบไม้ร่วงเน่าเปื่อยอยู่มาก เหมาะจะนำไปบำรุงผักเป็นอย่างดี
เพียงแต่บริเวณนี้มีค่ามลพิษสูงมาก เมื่อลองใช้ข้อมือวัดดู ค่ากลับพุ่งสูงถึงกว่า 800
ค่ามลพิษของต้นไม้ก็สูงจนน่าตกใจ ทุกต้นมีค่าเกิน 1,000
มิน่าที่นี่ถึงยังไม่ถูกพัฒนา และไม่มีใครแวะมา แม้แต่ผลไม้บนต้นที่สุกแล้วก็ยังไม่มีใครเก็บ
แค่ค่ามลพิษที่สูงหลายร้อยก็เพียงพอจะทำให้ทุกคนที่มาหาอะไรเก็บต้องถอยหนีแล้ว
อันหรานเดินสำรวจในป่ารอบหนึ่ง พอเห็นผลไม้สุกก็ปีนขึ้นไปเก็บ
เธอสวมชุดป้องกัน อีกทั้งร่างกายยังอยู่ระดับสาม จึงไม่หวั่นต่อแหล่งมลพิษระดับสูงเช่นนี้
