ยามบ่าย สายฟ้าดั่งมังกรยักษ์ผ่าท้องฟ้าให้แหวกเป็นทาง พสุธาก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย
ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมา โชคดีที่มาไวไปไว
ตอนที่เฉินหวยอันกลับมาถึงตรอกหย่งชาง ก็เจอพายุฝนนี้พอดี ทว่าเขามีปราณคลุมกายปกป้อง ละอองฝนจึงไม่เปียกปอนกายแม้แต่น้อย
“สือโหจื่อ!”
เฉินหวยอันเพิ่งถึงลานเรือนก็ตะโกนเรียก
“ท่านลิ่ว!”
หัวซานหลางว่องไวปานสายฟ้า เพียงร่างหนึ่งพุ่งวาบก็ปรากฏกายเบื้องหน้าเฉินหวยอันด้วยความเคารพ
ตอนอยู่ที่ยอดเขาหลงเว่ย เขาใช้ปราณวิญญาณฝึกกาย กลับมาแล้วยามว่างแต่ละวันก็ยังหมั่นฝึกฝนตลอด ประกอบกับเฉินหวยอันไม่หวงโอสถยาลูกกลอน ทำให้หัวซานหลางก้าวสู่ขั้นฝึกลมปราณ ถึงขั้นฝึกปราณสู่ตันเถียนแล้วในตอนนี้
ส่วนตำรานั้น นอกจากเคล็ดฝึกปราณกับพิงภูผาจากกองบัญชาการปราบปรามแล้ว ยังมีเคล็ดวิชายุทธ์อีกหนึ่งสำหรับเร่งฝีเท้า มีนามว่า ก้าวมายานับพัน ซึ่งเป็นเคล็ดที่เฉินหวยอันตั้งใจเลือกมาในหอตำรา
แม้จะไม่มีพลังโจมตีหรือป้องกัน แต่เมื่อฝึกถึงขั้นสำเร็จใหญ่ ไม่เพียงพลิ้วกายหลบหลีกในระยะประชิดได้ แม้แต่การพุ่งทะยานระยะไกลก็ยังเร็วกว่าผู้ฝึกขั้นภูมิเดียวกันมากนัก
สำหรับคนธรรมดา เวลามีจำกัด พลังก็มีจำกัด ชั่วชีวิตหนึ่งฝึกเคล็ดวิชายุทธ์ได้สามสี่อย่าง ชำนาญแตกฉานสักหนึ่งก็ถึงขีดสุดแล้ว
หัวซานหลางเดิมก็มีพรสวรรค์ด้านการไต่เขาและพุ่งทะยาน ศาสตร์เก็บสมุนไพรที่สืบทอดกันมาในตระกูลก็มีการฝึกส่วนนี้อยู่แล้ว ดังนั้นการฝึกหลักประจำวันจึงเป็นเคล็ดฝึกปราณกับก้าวมายานับพัน
ยามที่เฉินหวยอันไม่ใช้ปราณนกนางแอ่นลอดป่า ความเร็วของหัวซานหลางเมื่อทุ่มกำลังเต็มที่ ก็ช้ากว่าเฉินหวยอันที่อยู่ในขั้นเลือดกลั่นสำเร็จใหญ่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ให้อูโยวพาคนฝีมือดีสักห้าหกคน ติดตามไปอารักขากองเกวียนขนยาที่ไปอำเภอฉยงหัวคราวนี้อย่างลับๆ หลักๆคือคอยคุ้มกันหลินหว่านอวี้ แล้วก็นี่ เอาไปด้วย ของสำคัญใส่ในนี้ได้ นอกจากนี้ข้ายังใส่โอสถบำรุงโลหิตกับโอสถถอนพิษไว้สิบกว่าเม็ด ยามคับขันอาจช่วยชีวิตได้!” เฉินหวยอันหยิบถุงสารพัดนึกที่ค้นได้จากศพผู้บำเพ็ญชั่วออกมา ยื่นให้หัวซานหลาง
“ขอรับ! ท่านลิ่ว!” หัวซานหลางไม่กล้าชักช้า ร่างหนึ่งพุ่งหายวับไป
